นี้มีชูซังอูเป็นเจ้าภาพ แจยองพอจะคาดเดาได้ว่ามันคงไม่เป็นเหมือนที่เขาคิด แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นทางการขนาดนี้
“จะไปแล้ว?”
“ผมมีเหตุผลที่ทำให้อยู่นานไม่ได้ครับ”
“ทำไม?”
“…ผมไม่อยากบอกครับ”
ซังอูไม่เคยเลี่ยงตอบคำถามด้วยท่าทีคลุมเครือแบบนี้มาก่อน แม้ว่าแจยองจะเป็นคนจับความรู้สึกได้ไว แต่เขาก็เดาไม่ออกว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงรีบจากไป ไม่ทันไรเขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องประชุม
‘ก็ดี โล่งอกเหมือนกันที่พูดแต่เรื่องงานแล้วก็จบ’
แจยองบ่นพึมพำในใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดหวัง
“อ้อ ยังมีอีกเรื่อง…”
คำพูดของซังอูทำให้เขาเงยหน้าพรึ่บ ดวงตาที่ถูกปกคลุมด้วยเงาสีเข้มของปีกหมวกมองลงมาที่แจยอง
“ต่อไปกรุณาเลี่ยงการสัมผัสร่างกายโดยไม่บอกไม่กล่าวด้วยนะครับ เพราะผมไม่สะดวกใจอย่างมาก”
คำพูดนั้นไม่ได้พูดเพราะไปรู้อะไรมา แต่มันกลับแทงใจแจยองราวกับถูกจับได้ว่ามีความปรารถนาลับๆ ในขณะเดียวกันความภาคภูมิของเขาก็ถูกทำลายจนหน้าร้อนวูบ
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับหัว จับข้อมือ และกระซิบข้างหู โปรดระวังด้วยนะครับ”
“แน่นอนครับ”
“งั้นเจอกันในการประชุมครั้งหน้านะครับ”
“พูดว่าพรุ่งนี้เถอะ พอบอกว่าการประชุมครั้งหน้าแล้วเหมือนห่างออกไปอีก