แจยองเก็บมือถือลงในกระเป๋าด้วยสีหน้าหงุดหงิดรำคาญ เมื่อเห็นข้อความเขาก็พาลนึกถึงสีหน้าบูดบึ้งตลอดเวลาราวกับพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันขึ้นมา
‘สำหรับนายคงไม่ใช่เรื่องใหญ่สินะ’
แจยองกำไม้คิวแน่นเกินความจำเป็น เขาตั้งท่า หมุนลูกบอลสีขาวแล้วแทงออกไปอย่างแรง ลูกบอลสีขาวไถลไปชนลูกบอลสีแดงจนมันกลิ้งไปทั่วโต๊ะ แล้วลงหลุมไปอย่างง่ายดาย
“โห…ฟลุ๊กปะ”
“ความสามารถเว้ย ไอ้นี่”
ถึงตาของฝ่ายเพื่อนอีกครั้ง คราวนี้เจ้าตัวก็แทงลูกในท่าที่ดูดีที่สุดเช่นเคยพลางเอ่ยถาม
“มึงบอกว่าเด็กนั่นเป็นรุ่นน้องเอกกูสินะ ชื่ออะไรวะ”
“ชูซังอู”
“ไม่รู้จักว่ะ แต่ก็นะ อยู่ปีสูงแล้ว ถ้ารู้จักเด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็แปลก”
“ห่างกันแค่สองปีเถอะ มึงก็น่าจะรู้จักนะ… เด็กใหม่ในงานรับน้องตอนปีสามที่บอกว่า ‘ผมดื่มเก่งครับ แต่ผมไม่อยากดื่มเหล้าที่รุ่นพี่ให้’”
“อ๋อ ไอ้สุดโต่งนั่น? จะว่าไปก็นึกออกละ แม่งเขียนโปรแกรมอย่างเทพ แต่มันจะทำงานเป็นทีมได้เหรอวะ”
‘กูก็ว่างั้น’
แจยองแทงลูกต่อโดยไม่ตอบอะไร รุ่นน้องที่ทำงานเป็นทีมไม่เป็นกับรุ่นพี่ที่มีอารมณ์เพราะถูกเรียกว่าพี่ เขาคิดว่านี่เป็นการรวมตัวที่โคตรเท่ เขาแทงลูกอย่างแรงอีกครั้ง ลูก