ก็ใช่ว่าเขาจะทำไม่ได้ แต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นชูซังอู เขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ เพราะเจ้าตัวดันเป็นคนประเภทที่คิดว่าโลกจะแตกถ้าไปดูหนังกับผู้ชาย
ไม่ว่าจะคิดอย่างก็สรุปได้ว่าเขากับชูซังอูนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่แจยองกลับคิดว่าถ้าอย่างนั้นเขาก็สามารถทำตามอำเภอใจได้มากกว่าเดิม เขามั่นใจว่าจะไม่มีการล้ำ ‘เส้น’ เกิดขึ้น จึงใช้ความมั่นใจนั้นเป็นโล่ และใช้ภาพลักษณ์รุ่นพี่นิสัยดีเป็นหน้ากาก แม้จะเห็นอยู่ชัดๆ ว่าซังอูเกลียดตัวเอง เขาก็ยังกระแซะเข้าไป
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองสัปดาห์นั้นเต็มไปด้วยเรื่องสนุกผิดกับที่เคยคิดว่าทำไปแค่สองสามวันก็คงเบื่อ เขาสนิทกับซังอูมากขึ้น แม้จะไม่มากเท่าที่ตั้งเป้าไว้ก็ตาม ทว่ายิ่งอีกฝ่ายเฝ้ารอให้เวลาช่วงเพิ่ม-ถอนวิชาเรียนหมดลงมากเท่าไร แจยองก็ยิ่งผิดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ
อาจเป็นเพราะแบบนั้นเขาถึงได้เตรียมพรีเซนต์ละครสั้นของหมอนั่นอย่างมุ่งมั่น ทั้งที่เขาไม่เคยตั้งใจทำงานของวิชาเลือกขนาดนั้นมาก่อน เขาทำทุกอย่างตั้งแต่เตรียมเสื้อผ้า อุปกรณ์ประกอบฉาก แปลบท ตลอดจนคำแนะนำสำหรับการออกเสียง เขาตั้งนาฬิกาปลุกตั้งสิบครั้งเพราะกลัวตัวเองไม่ตื่น แล้วหอบหิ้วข้าวของมากมายไปมหาวิทยาล