ยิ่งนับความผิดของอีกฝ่ายก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกระจอก ตัวร้ายที่มีสมองจะไม่พูดจาหยาบคายและไม่ใช้กำลังให้ตัวเองถูกจับผิด อย่างการที่อีกฝ่ายมาวนเวียนอยู่ในความคิดของซังอู สำหรับคนอื่นอาจไม่นับเป็นเรื่องใหญ่ แต่ฝ่ายนั้นจะเลือกทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบให้เขาทรมานเท่านั้น
‘ไอ้บั๊ก[2]เวรเอ๊ย’
ซังอูอ่านหนังสือพลางเขม้นมองแจยองที่หัวเราะคิกคัก อีกฝ่ายเอนตัวพิงพนักเก้าอย่างเต็มที่ วางขาข้างหนึ่งไว้บนเข่าอีกข้างพลางกระดิกแบบเล่นใหญ่ ซังอูรู้สึกปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะฟาดท้ายทอยที่ถูกปิดไว้ด้วยหมวกสีแดงนั่นแรงๆ สักที
เขามัวแต่สนใจจางแจยองจนไม่เป็นอันทำอะไรอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก สถานการณ์ก็ดีขึ้น ศัตรูของเขาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่หาวออกมาและฟุบหน้าหลับไป โชคดีที่อีกฝ่ายนอนหลับอย่างสงบเสงี่ยม ไม่กรน ไม่กัดฟัน หรือนอนละเมอ
ขณะที่อีกฝ่ายหลับเป็นตาย พวกคนที่น่าจะเป็นเพื่อนของเขาก็มาหัวเราะคิกคักแล้วแอบถ่ายรูปไป มีนักศึกษาหญิงจำนวนหนึ่งมาเดินวนเวียนอยู่รอบๆ แล้วกระซิบกระซาบกัน แต่ไม่ได้รบกวนอะไร ด้วยเหตุนี้ซังอูจึงทำตามจุดประสงค์ที่มาห้องสมุดสำเร็จไปส่วนหนึ่ง
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ซังอูเก็บหนังสือแล