ะกล่องดินสอใส่กระเป๋าโดยระวังไม่ให้แจยองตื่น แต่วินาทีที่ถอยเก้าอี้เพื่อลุกขึ้น ฝ่ายนั้นก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา และเอาศอกไปถูกน้ำกับขนมที่มีคนเอามาวางไว้ให้จนหล่นลงบนพื้น
ซังอูทำเป็นไม่รู้จักอีกฝ่าย และออกมาจากห้องสมุด เขาเดินลงบันไดอย่างเร็วที่สุดแต่แล้วก็ถูกไล่ทันในทันใด จากนั้นเหตุการณ์ก็กลายเป็นเหมือนการวิ่งแข่ง พวกเขาวิ่งกันอย่างบ้าคลั่งลงมาถึงชั้น 1
“ซังอูยา นายรำคาญใช่ปะ”
“ผมไม่อยากได้ยินเสียงรุ่นพี่ครับ กรุณาอย่ามาชวนคุย”
“นายเป็นคนเริ่มเองนะ”
ซังอูก้าวฉับๆ ออกจากตึกตรงไปยังที่จอดจักรยาน
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดครับ รุ่นพี่ก็แค่ทำตัวดื้อดึงและทำในสิ่งที่แม้แต่เด็กประถมยังไม่ทำ ผม…”
“จะบอกว่านายไม่ได้อะไรผิด และฉันบ้าไปเอง? จะพูดเรื่องนั้นอีกแล้ว?
ได้ยินดังนั้นซังอูก็รู้สึกว่าปล่อยผ่านไปไม่ได้จึงหยุดเดินทันที
“ความผิดของผมคืออะไรล่ะครับ ถ้าจะบอกว่าเพราะผมตัดชื่อของรุ่นพี่ออกจากสไลด์…”
“หยุด”
แจยองตัดบท ซังอูหันหลังขวับและพบว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ใกล้กว่าที่คิด เขาคิดว่าฝ่ายนั้นจะถอยห่างอย่างรังเกียจ แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นใบหน้าที่จริงจังอย่างคาดไม่ถึง ซังอูสบตากับแจยองที่สวมหมวกบีนนี่ส