สิ้นประโยคนั้น ความเป็นจริงที่ยอนอีพยายามเมินเฉยมาตลอดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ร่างกายของเขายังคงร้อนระอุด้วยความปรารถนาที่ยังไม่ดับมอด หัวสมองพร่าเลือน อารมณ์กระเจิดกระเจิงจนสูญเสียความสามารถในการคิดวิเคราะห์ไปชั่วขณะ
ให้หันหลังงั้นเหรอ?
แถมก่อนหน้านี้ยังบอกอีกด้วยว่าต่อไปจะเป็นต้นขา หรืออีกฝ่ายคิดจะเอาเจ้านั่นมาสอดไว้ระหว่างต้นขาเขาแล้วกระแทกเข้ามาจนเสร็จ…ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแสดงว่าเขาก็เป็นฝ่ายรับน่ะสิ
คราวนี้ยอนอีไม่สามารถทนปิดปากได้อีกต่อไป
‘ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายรับด้วย?’
แต่เมื่อดวงตาเลื่อนลงไปสบประสานกับส่วนแข็งขืนของแทฮาจินที่ผงาดชูชันอวดศักดาเต็มที่ ไม่รู้ทำไมยอนอีถึงได้ใจฝ่อรู้สึกเสียความมั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะไปที่ไหนเขาก็ไม่เคยน้อยหน้าใครเรื่องขนาดมาก่อน ว่ากันตามจริงแบบไม่เข้าข้างตัวเองเขาก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างใหญ่อยู่พอตัว
แฟนทุกคนที่เคยคบด้วยต่างก็พึงพอใจและบอกว่าชอบกันทั้งนั้น
บัดซบ แต่เจ้านี่…
เขาไม่มีความมั่นใจที่จะเอาชนะมันเลย
เพียงแค่ดูจากความยาวและความอวบหนาก็รู้ได้ทันทีว่าของแทฮาจินใหญ่กว่าเขามากโดยไม่จำเป็นต้องวัดให้เสียเวลาด้วยซ้ำ ยอนอีนึกโทษพระเจ้าที่