ตอนนี้พลังของเขาถูกชำระล้างจนไม่จำเป็นต้องไกด์ดิงอีกต่อไป แต่คนตัวใหญ่กลับตะโบมจูบหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งบดขยี้ริมฝีปาก อุณหภูมิที่รุ่มร้อนอยู่แล้ว ยิ่งปะทุเดือดขึ้นไปอีก
ยอนอีตีท่อนแขนหนาด้วยอาการลนลานสุดขีด แต่ดูท่าการทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้คนตัวโตรำคาญ แทฮาจินจึงรวบแขนทั้งสองข้างของยอนอีแล้วล็อกติดกับผนังด้วยมือข้างเดียว
พอแขนทั้งสองข้างถูกตรึงไว้เหนือหัวอย่างไม่ทันตั้งตัว เจ้าของร่างโปร่งบางจึงดิ้นรนไปมาพร้อมกับส่งเสียงประท้วงอื้ออึง แทฮาจินใช้มือที่เหลืออีกข้างกอบกุมคางของเขาไว้แล้วดำเนินการจูบดูดวิญญาณต่อไป พอเริ่มจะเคลิบเคลิ้ม ริมฝีปากที่ถูกกัดดึงเมื่อสักครู่นี้ก็บวมตึงจนเกิดอาการแสบร้อนขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานแค่ไหนแล้ว ยอนอีสูญเสียการรับรู้เวลาไปโดยสิ้นเชิง ริมฝีปากที่ป้อนปรนเปรอจูบอย่างต่อเนื่องคล้ายจะพรากทั้งลมหายใจ พรากทั้งสติจนยอนอีต้องบิดตัวไปมาเพื่อเตือนอีกฝ่ายว่าเขากำลังจะขาดใจตายอยู่ร่อมร่อแล้ว
ตอนนั้นเองแทฮาจินถึงได้ยอมถอนริมฝีปากออก
“ฮ้า แฮ่ก แฮ่ก...!”
ยอนอีกอบโกยลมหายใจเข้าปอดทันทีที่ได้รับอิสระ นัยน์ตาสีอ่อนตวัดค้อนแทฮาจินวงโต เขาชินกับความมืดแล้วแต่ไม่