เลยแม้แต่น้อย เพราะพ่อสามารถรับรู้ถึงข่าวคราวของเขาได้ทุกครั้งที่รูดบัตรเครดิต ดังนั้นหลังจากซื้อรถและเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน ยอนอีจึงไม่แตะต้องเงินของพ่ออีกเลย
‘ไม่มีอะไรที่อยากได้เลยแฮะ’
เป็นเรื่องปกติที่จะต้องตกลงค่าตอบแทนกันก่อนเซ็นสัญญา ซึ่งยอนอีเองก็ลองถามโดยไม่ได้คาดหวังอะไร แต่แทฮาจินกลับตอบเหมือนกับจะยอมรับฟังคำขอของเขาทุกอย่างเสียอย่างนั้น
“อืม”
อะไรกันนะที่ฉันปรารถนาอยากจะได้มาจริง ๆ?
ยอนอีเท้าคางบนตักพลางครุ่นคิด ทันใดนั้นเขาก็คิดบางอย่างออกและเกิดความลังเลขึ้นมานิด ๆ ยอนอีกลอกตาไปมาอย่างสองจิตสองใจ
“ผมคิดดูแล้ว มันก็พอจะมีสิ่งที่คุณทำให้ผมได้อยู่ แต่ว่า……”
“คงมีเยอะละสิท่า”
แทฮาจินพูดขณะก้มหน้าก้มตาพิมพ์อะไรบางอย่างในนาฬิกา คำตอบที่ฟังดูอวดดีทำให้ยอนอีถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
ไม่แปลกใจเลย
ยอนอีรวบรวมสติและพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาอย่างจริงจัง
“ผมอยากให้คุณปกป้องผมครับ”
ใช่แล้ว
สิ่งที่เขาต้องการคือ 「การมีชีวิตรอด」
ยอนอีใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงมาโดยตลอด นานมากแล้วที่เขาตัดสินใจหนีออกมาจากรังที่เรียกว่าครอบครัว เพราะกลัวว่าพ่อผู้เสียสติของตนจะทำแบบนั้นกับตัวเขาด้วยเช่น