ะ”
คำถามที่ไม่คาดคิดถูกโพล่งออกมาจากปากของเอสเปอร์หนุ่ม ยอนอีขมวดคิ้วฉับก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับอีกฝ่าย บุหรี่ในมือถูกขยี้กับกำแพงจนมอดดับ
“คุณเอสเปอร์แทฮาจิน”
“ครับ”
“ผมเพิ่งขอยอมแพ้ไปไม่ถึงยี่สิบวินาทีด้วยซ้ำนะครับ แล้วเอสเปอร์ที่เคยช่วยชีวิตไว้เมื่อก่อนหน้านี้ก็เป็นแฟนของอึยบินด้วย อย่าแตะต้องเพื่อนผมสิครับ ผมอุตส่าห์ยอมยกธงขาวให้คุณขนาดนี้แล้วนะ”
อันที่จริง ยอนอีไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอธิบายต่อ แต่ถ้าไม่พูดแบบนี้ แทฮาจินก็คงจะเบนเป้าหมายไปก่อกวนอึยบินแทนเขา การโดนกลั่นแกล้งมากครั้งเข้า ก็ยิ่งทำให้ยอนอีอ่อนไหวจนสูญเสียความเยือกเย็นไปเรื่อย ๆ จนได้
“แบบนี้จะทำยังไงดีล่ะครับ ก็ผมไม่ยอมรับการยอมแพ้ของคุณสักหน่อยนี่นา”
“…”
ริมฝีปากของแทฮาจินวาดรอยยิ้มบาง บุหรี่ถูกคาบไว้ตรงกลางริมฝีปากได้รูปอย่างหลวม ๆ
‘สิ่งที่หมอนี่ต้องการไม่ใช่การทำให้ฉันยอมจำนนงั้นเหรอ?’
แค่คิดยอนอีก็ปวดหัวจี๊ดแล้ว
‘ถ้างั้นต้องทำยังไงถึงจะทำให้สงครามประสาทเฮงซวยนี่จบลงได้ล่ะ?’
สงสัยว่าเกมนี้จะเป็นเกมเดิมพันชีวิต หมายความว่าเกมนี้จะจบลงได้ก็ต่อเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายกันไปข้างเท่านั้น
“ถึงอย่างนั้นก็เถอ