เมืองหลิ่วเขียวตั้งอยู่ ณ ตีนเขา ไม่ไกลออกไปคือเทือกเขาที่ทอดยาว
ทว่าบนถนนกลับคึกคักอย่างยิ่ง พ่อค้าหาบเร่แผงลอยต่าง ๆ พากันตั้งร้านเรียงรายริมทาง ส่งเสียงร้องขายสินค้าของตน
กลิ่นหอมของหมั่นโถวร้อน ๆ ซาลาเปาไส้เนื้อ และเกี๊ยวน้ำลอยอบอวลไปทั่วท้องถนน แม้ว่ากู่หยวนจะกินอาหารเช้ามาแล้ว แต่เมื่อได้กลิ่นหอมยั่วยวนเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะอยากซื้อหามาลิ้มลองรสชาติ
นอกจากนี้ยังมีนายพรานบางคนหาบเหยื่อที่จับมาได้ เช่น ไก่ฟ้า กระต่ายป่า สุนัขจิ้งจอก และหมูป่า รอคอยผู้คนมาซื้ออย่างกระตือรือร้น
กู่หยวนกำลังพิจารณานายพรานสองสามคนที่อยู่ไม่ไกลและเตรียมจะเดินเข้าไป ทันใดนั้นเขาก็พลันยื่นมือออกไปคว้าจับมือข้างหนึ่งที่กำลังล้วงเข้ามาในอกเสื้อของตน
เมื่อก้มลงมอง ก็เห็นว่าเป็นเด็กชายที่สูงไม่ถึงคางของเขา ผิวดำคล้ำซูบผอมราวกับลิง สวมเสื้อผ้าเก่าขาดและมอซอ ทั้งยังส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา
กู่หยวนเผยรอยยิ้มเปี่ยมความหมาย “นักล้วงกระเป๋า?”
“เพ้ย! ข้าไม่ใช่! เจ้ามาจับข้าทำไม? คิดจะใส่ความข้าเพราะเห็นว่าข้ายังเด็กหรือไร?”
หัวขโมยผู้นี้ดูแล้วอายุราวสิบสามสิบสี่ปี แต่กลับไม่กลัวที่จะถูกจับได้คาหนังคาเขา กลับกัน เขายังขู่ทั้งที่ยังเชิดคอแข็ง
“หากเจ้าไม่ปล่อยข้า ข้าจะร้องให้คนช่วยแล้วนะ!”
ขณะที่พูด หัวขโมย