ก็ดิ้นรน แต่ฝ่ามือของกู่หยวนกลับเป็นดั่งคีมเหล็ก บีบข้อมือของเขาไว้แน่นจนไม่อาจสะบัดหลุดได้
กู่หยวนสังเกตเห็นว่าชายร่างกำยำสองคนที่อยู่ไม่ไกลกำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร มือข้างหนึ่งเอื้อมไปที่เอวด้านหลัง ราวกับจะหยิบอาวุธมีคมบางอย่างออกมา เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกเดียวกับหัวขโมยผู้นี้
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเมื่อเห็นเช่นนั้นต่างก็จงใจเดินเลี่ยงไป มองกู่หยวนด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย บางคนถึงกับหยุดดูความสนุก
ปัง!
กู่หยวนเตะเข้าที่หลังขาของหัวขโมย ทำให้เขาล้มคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เหล็กแหลมชิ้นหนึ่งที่เขาถือไว้ในมืออีกข้างก็ร่วงหล่นลงพื้นดัง เคร้ง
“ในเมื่อเป็นหัวขโมย ก็น่าจะนับเป็นเจ้าถิ่นอันธพาลแถวนี้ด้วยสินะ?!” กู่หยวนเอ่ยถาม
กู่หยวนรู้ดีว่าหัวขโมยผู้นี้ก็เป็นคนในยุทธภพเช่นกัน สังกัดอยู่ในกลุ่มสามศาสนาเก้าสำนักชั้นต่ำสุด พวกเขามีการแบ่งเขตแดนกันและต้องปฏิบัติตามกเกณฑ์บางอย่าง
การที่เขาเป็นคนหน้าใหม่และอายุยังน้อยเช่นนี้ ย่อมโดดเด่นบนถนนสายนี้ จึงไม่แปลกที่จะตกเป็นเป้าหมาย
หัวขโมยจ้องมองเขาเขม็งโดยไม่ตอบ กู่หยวนไม่ใส่ใจ และไม่สนใจชายสองคนที่กำลังเดินเข้ามา เขาหยิบเงินแท่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนลงบนพื้น
“ไปหาคนจับงูในท้องถิ่นมาให้ข้า ขอ