“จินเหอ ว่าแต่เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอะไร?”
ชุนจื้อโหยวกล่าวถามอีกครั้งหลังจากที่เห็นหลงจินเหอเงียบไป
“ข้ามีเรื่องต้องบอกท่านเจ้านิกาย”
หลังจากนั้นหลงจินเหอก็เล่าเกี่ยวกับมู่หลิงทุกอย่างให้ชุนจื้อโหยวฟังทั้งหมด โดยไม่ได้ปิดบังอะไรเลย
เมื่อได้ฟังคำพูดทั้งหมดของหลงจินเหอก็ทำให้ชุนจื้อโหยวขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นี่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่น้อย มู่หลิงเป็นถึงบุตรสาวของผู้นำตระกูลมู่”
“ถ้าเจ้าตัวอยากจะเข้านิกายของข้า ข้าก็จะไม่ห้ามแต่อย่างใด เรื่องนี้ข้าก็จะช่วยอีกแรง ถ้าหากนางเลือกที่จะอยู่ที่นี่จริง”
“อีกอย่างตระกูลมู่ก็ยังไม่ทราบว่านางยังอยู่ที่นี่่ ถ้าหากว่าสักวันหนึ่ง เมื่อตระกูลมู่รู้เข้า กลัวว่าข้าก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรนางได้”
ชุนจื้อโหยวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเฉย
“ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านเจ้านิกายมาก”
หลงจินเหอกล่าว
“ท่านเจ้านิกาย ข้ามีเรื่องที่จะบอกเพียงแค่นี้ เช่นนั้นคงต้องขอตัวก่อน”
หลงจินเหอก้มหัวคารวะชุนจื้อโหยว ก่อนจะออกจากบ้านพักมา
หลังจากที่ออกมาจากบ้านพักของเจ้านิกาย หลงจินเหอยังไม่ได้คิดที่จะกลับไปบ้านพักของตนเอง
แต่เลือกที่จะตรงไปยังอาณาเขตที่พักของผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิงก่อน