งความตายมันอันตรายมาก เจ้ายังเด็กอยู่อย่ารีบตายซะล่ะ”ผู้อาวุโสหลินยิ้มก่อนจะกล่าว
หลังจากที่หลงจินเหอออกจากเมืองจันทร์ทราแล้ว เขาก็มุ่งหน้าขึ้นเหนือทันที
“ท่านเจ้านิกาย ไหนท่านบอกว่ามันอยู่จากนิกายไม่ไกลมาก สำหรับท่านอาจจะไม่ไกลนะสิ”
หลงจินเหอใช้เวลาเดินทางกว่าสามวันแล้ว เมื่อได้สอบถามผู้คนตลอดการเดินทางเกี่ยวกับหุบเขาแห่งความตาย เขาก็ยังพบว่าตนเองยังเหลืออีกตั้งครึ่งทางกว่าจะไปถึง
เดินการทางที่ยาวไกล หลงจินเหอไม่ได้ใช้ปีกเพลิงตลอดการเดินทาง เนื่องจากไม่สามารถใช้ได้ติดต่อกันเป็นเวลานานได้และต้องเก็บพลังลมปราณเอาไว้ด้วย เผื่อจะเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดเข้า จึงจำเป็นต้องเดินทางด้วยปีกเพลิงสลับกับนั่งรถลากของสัตว์อสูรไปด้วย
ความเหนื่อยล้า ทำให้หลงจินเหอต้องพักหลับนอนอยู่ตามหุบเขาบ่อยครั้ง
“จะ-เจ้าคนที่นอนอยู่บนต้นไม้นั้น”
หลงจินเหอที่กำลังนั่งหลับอยู่บนต้นไม้ก็คล้ายกับได้ยินเสียงเรียกของเด็กสาว
แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะไม่คิดว่าตามหุบเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรอย่างนี้ จะมีเด็กสาวที่ไหนมาเดินเล่นกัน
“เจ้าคนที่นอนอยู่นั้นแหละตื่นขึ้นมาได้แล้ว !!”เสียงเด็กสาวก็ดังขึ้นมาอีกรอบ
“หื้ม….”หลง