ถึงแม้จะสามารถใช้เวทมนตร์เสริมพลังเพื่อช่วยยกได้ แต่ความหยิ่งในศักดิ์ศรีก็ทำให้พวกเขาไม่ยอมใช้เวทมนตร์กับงานที่พวกเขามองว่าไร้ค่าเช่นนี้
ขณะที่อัลฟอยมองไปรอบ ๆ เขาสังเกตเห็นเบลินดาและสั่งการอย่างหยิ่งยโส
“ไปตามคนรับใช้มาขนกระเป๋านี่เดี๋ยวนี้!”
“นายท่านบอกให้พวกท่านขนกันเอง จะให้รถม้าถูกทุบก็คงไม่ดีใช่ไหมล่ะจ๊ะ? รถม้าดูจะแพงพอสมควรเลยนี่”เบลินดาพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เจ้า…!”
“มีแค่หกคนเอง ไม่ไหวหรือไง? วาเนสซ่ายังขนเองทั้งหมดได้สบาย ๆ เลยนะ”
คำพูดของเบลินดาทำให้อัลฟอยหน้าแดงด้วยความโกรธ
สำหรับเขาแล้ว เบลินดาแค่คนรับใช้ในชุดธรรมดา กลับกล้าละเลยคำสั่งของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
“พวกในดินแดนนี้มันบ้ากันหมดรึไง? ข้าไม่เคยทำงานใช้แรงงานแบบนี้มาก่อน นี่มันเป็นหน้าที่ของพวกเจ้าต่างหาก!”
แม้ว่าเขาจะโวยวาย แต่เบลินดาก็ยังนิ่งเฉย
“ข้าไม่อยากโดนท่านนายท่านดุหรอกนะ เขาอารมณ์เสียทีหนึ่งน่ากลัวมากเลยรู้ไหม”
“คอยดูเถอะ… พวกเจ้าจะไม่ได้ลอยนวลแน่!”
อัลฟอยไม่มีทางเลือกนอกจากร่ายเวทมนตร์เสริมพลังเพื่อยกกระเป๋าเหล่านั้น
ในขณะนั้นเอง มีร่างสองร่างเดินออกมาจากปราสาทพร้อมกับพากลุ่มสาวใช้ติดตามมาด้วย พวกเธอคือเอเลน่าและเรเชล ลูกสาวของกิลเลียน
“เบลินดา! กลับมาแล้วเหรอ?”
“คุณหนูเอเลน่า! นานแล้วสินะ ฉันกลับมาฟิตปั๋งเหมือนเดิมแล้วนะคะ เรเชลล่ะ เป็นยังไงบ้าง?”