ารและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ปัญหาคือไม่มีทั้งเวลาและทรัพยากรมากพอ
กิลเลียนที่เข้าใจสถานการณ์ดีไม่อาจปกปิดสีหน้ากังวลได้
“การสร้างกองกำลังที่พึ่งพาได้และติดตั้งอาวุธให้พร้อมสรรพ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปี และถึงตอนนั้นพวกเขาก็คงฝึกได้เพียงขั้นพื้นฐานเท่านั้น”กิลเลียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจ
เบลินดาถอนหายใจ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าขุ่นเคืองเล็กน้อย“สรุปว่าเรากำลังเตรียมสงครามใช่ไหม?”
“ถ้าพูดแบบนั้นก็คงใช่”กิสเลนตอบ
“เฮ้อ แล้วทำไมต้องอ้อมค้อมให้ซับซ้อนนักก็ไม่รู้ เอาล่ะ เอาฉันไปด้วยสิ ฉันจะช่วยเตรียมตัว”
“หา? เบลินดา เจ้าต้องพักผ่อนนะ ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เลย ทำไมถึงอยากยุ่งเกี่ยวด้วยล่ะ?”
“ก็ดินแดนกำลังตกอยู่ในอันตรายนี่นา ฉันไม่สนสงครามหรอก แต่ถ้าต้องสู้จริงๆ สิ่งที่ต้องทำก็คือจัดการหัวหน้าของพวกมันใช่ไหมล่ะ? เรื่องแบบนี้ฉันถนัดอยู่แล้ว”เบลินดาพูดอย่างมั่นใจ
กิสเลนหัวเราะเบาๆ อย่างครึ่งชื่นชมครึ่งขันกับคำพูดของเธอ
“ฟังดูน่าอุ่นใจดีนะ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็พึ่งพาวิธีนั้นอย่างเดียวไม่ได้ เจ้าควรพักผ่อนให้หายดีเสียก่อน”
“ก็เพราะท่านนั่นแหละที่ทำให้ฉันดีขึ้นมากแล้ว อีกไม่นานฉันคงฟื้นตัวเต็มที่ และอีกอย่าง ท่านเองยังเดินเหินได้คล่องแคล่ว แล้วไหนจะใช้พลังมานาเมื่อกี้อีก…”
กิสเลนชะงัก ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเบลินดาทักขึ้น
“จริงสิ…”เขาพึมพำเบาๆ ขณะเริ่มตระหนักถึงบางอย่าง
ที่ผ่า