“นายน้อยพูดว่าอะไรนะคะ?”
เบลินดารู้สึกหน้ามืดวูบ คล้ายร่างกายจะหมดเรี่ยวแรงลงตรงนั้น
เธอรับใช้นายน้อยมาตั้งแต่เขายังเด็ก แต่เมื่อเวลาผ่านไป นายน้อยก็กลายเป็นคนที่เธอไม่อาจเข้าใจได้อีกต่อไป
‘เขาเสียสติไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องของความยิ่งใหญ่หรือความกล้าหาญอะไรทั้งนั้น ท่านแค่…บ้าไปแล้ว’
ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและผิดหวัง เบลินดาหันไปหากิลเลียนที่ยืนอยู่ข้างนายน้อย ก่อนจะเริ่มว่ากล่าวเขาด้วยน้ำเสียงกึ่งขอร้อง
“กิลเลียน! เจ้าเองก็พูดอะไรสักอย่างสิ!”
กิลเลียน ผู้ที่รู้สึกเช่นเดียวกันว่าควรหยุดเรื่องนี้ ได้แต่ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“นายน้อย ข้าว่าท่านควรหยุดไว้เพียงเท่านี้ เบลินดาพูดถูก เงินที่เหลืออยู่นั้นยังมากพอ หากท่านเก็บไว้ใช้ในอนาคตก็จะเกิดประโยชน์อีกมากมาย”
แม้กิลเลียนจะพยายามห้ามปราม แต่กิสเลนกลับเพียงส่ายหน้าอย่างเฉยชา
“ดูเหมือนว่าข้าควรต้องอธิบายให้ชัดกว่านี้ เบลินดา ไปพาเคาอาร์มาพบข้า”
เมื่อเคาอาร์ถูกเรียกมาสมทบ กิสเลนก็เริ่มอธิบายความคิดของเขาด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“อย่างที่พวกเจ้าทุกคนรู้ เราใกล้จะหมดเงินแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เราคงไปไม่รอด ข้าคิดว่าเราควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างรายได้ให้เร็วที่สุด”
ทั้งเบลินดา กิลเลียน และเคาอาร์ต่างมองกิสเลนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ