ซวอลเตอร์มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มขมขื่นในใจ การที่เหล่าผู้ติดตามพากันระแวดระวังลูกชายของเขาเช่นนี้ ทำให้ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา
“เขาเป็นคนแปลกจริงๆ แม้จะเป็นลูกชายของข้าก็ตาม”
เขาส่ายศีรษะเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือความเหนื่อยหน่าย
“เอาล่ะ เจ้าคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดคุยเล่นๆ ใช่ไหมล่ะ? เจ้ามีอะไรจะพูดก็บอกมาเลย”
กิสเลนพยักหน้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น
“ข้ามีบางสิ่งที่ต้องทำ และข้าอยากขออนุญาตจากท่านพ่อ”
ซวอลเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย“เจ้ามีสิ่งที่ต้องทำ?”
“ใช่ มันเป็นสิ่งสำคัญที่ข้าต้องทำ”
ซวอลเตอร์ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะทำอะไร แต่จะไม่ดีกว่าหรือหากเจ้าไม่ทำอะไรเลย?”
คำพูดของพ่อทำให้กิสเลนหน้าหม่นลงเล็กน้อย ก่อนเขาจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็น”
ซวอลเตอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงแฝงความกังวล
“เอาเถอะ ว่ามา ข้าฟังอยู่”
แม้จะผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่ต้องรับมือกับลูกชาย หัวใจของซวอลเตอร์กลับเต้นระส่ำ
“เขาว่ากันว่า ลูกคือศัตรูจากชาติปางก่อน ข้าคงทำบาปไว้ไม่น้อยในอดีต”
กิสเลนที่มองเห็นสีหน้าตึงเครียดของพ่อในขณะนั้นอดคิดในใจไม่ได้
“ให้ตายเถอะ มีพ่อที่ไหนบ้างที่แสดงท่าทางเหมือนกลัวลูกตัวเองขนาดนี้?”