เขาจัดการวางร่างของเอเลน่าไว้ในบ้านร้างใกล้ๆ อย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินกลับไปหาแฟรงค์
“เวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดมาถึงแล้ว”
แฟรงค์ขมวดคิ้วถาม “ทำไมเจ้าถึงไว้ชีวิตข้า ทรมานข้าไปเถอะ แต่เจ้าจะไม่มีวันรู้ความจริงอะไรเลย”
“น่าสนุกดี ข้ารู้อยู่แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้อยากรู้เรื่องจากคนอย่างเจ้าหรอก”
“ถ้าเช่นนั้นแล้วทำไมยังไม่ฆ่าข้า?”
กิสเลนค่อยๆ คุกเข่าลง มองตาแฟรงค์อย่างเยือกเย็น
“จากการกระทำของเจ้า ข้าก็พอรู้ว่าเจ้าฆ่าคนมานักต่อนัก คนธรรมดาคงไม่สามารถฆ่าคนเหมือนหั่นเนื้อได้โดยไม่รู้สึกอะไร”
“…”
“เจ้าเป็นมืออาชีพ เจ้าคงรู้ดีว่าบางครั้ง การทรมานนั้นจำเป็น แม้จะไม่ใช่เพราะต้องการข้อมูลหรอกนะ แค่อยากระบายอารมณ์ความโกรธที่คั่งค้างในใจน่ะ”
ทันทีที่แฟรงค์ได้ยิน เขาก็พยายามกัดลิ้นตนเองเพื่อฆ่าตัวตาย
แต่กิสเลนไวกว่า เขาคว้าคางแฟรงค์ไว้ และฉีกเสื้อผ้าออกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะยัดเข้าไปในปากของแฟรงค์
“อื้อ! อือออ!”
“เจ้าไม่ลังเลที่จะฆ่าคนอื่น แต่กลับกลัวการเจ็บปวดของตัวเองเสียเอง? น่าผิดหวังจริงๆ”
ฉัวะ!
กิสเลนตัดเส้นเอ็นของแฟรงค์ แล้วเก็บดาบที่อยู่รอบตัวมา
แกร๊บ! เพล้ง!
เขาใช้มานาทำลายดาบเป็นชิ้นเล็กๆ แหลมคมตามที่ต้องการ กิสเลนวางเศษดาบทั้งหมดลงข้างๆ แฟรงค์
“อาจจะไม่น่าเชื่อ แต่ข้าเองก็เคยฆ่าคนมามาก และก็ฝึกฝนการทรมานจนเชี่ยวชาญเสียด้วย วันหนึ่งข้าจะได้ใช้กับศัตรูของข้า”