ป็นถ่อมตัว
จากมุมมองของเขา มันก็เป็นเหตุเป็นผลดีที่จะทำเช่นนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเค้นสมองคิด ไม่ได้ถึงขนาดที่อู๋ฝ่าอู๋เทียนคิด
“นี่มันไม่ใช่แค่ความคิดที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นมานะ! นี่คือพรสวรรค์ของนักฆ่า! เมื่อคิดถึงอายุของนายแล้ว…” เสียงของอู๋ฝ่าอู๋เทียนเบาลงเรื่อย ๆ จนคำสุดท้ายนั้นไม่ได้ยินไปเลย
“ที่นี่ไม่ปลอดภัย ถ้าคนพวกนั้นพบว่าเกิดอะไรขึ้นที่ในห้องขัง เขาต้องสั่งให้ปิดที่นี่! ตามที่ฮานส์บอก พวกเราอยู่ในทางเดินระหว่างคุกและทางเข้า ถ้าพวกเราต้องการไปที่ทางเข้าออกปราสาท พวกเราต้องผ่านหอคอยน้ำ ค่ายทหาร และคลังเก็บของ ที่ทางเข้า พวกเรายังต้องเจอกับทหารติดอาวุธครบมืออีกมากกว่าห้าสิบคนด้วย!”
“พวกเราต้องผ่านการต่อสู้อันยากลำบากถ้าจะผ่านออกไป และบาดแผลของพวกเราก็จะทำให้พวกเราช้าลง!พวกเราต้องหายารักษาตัวเองก่อนที่จะหาทางหนีได้! พวกเรายังต้องการม้าและอาหารระหว่างทาง และที่เหนือกว่านั้น พวกเรายังต้องหาตำแหน่งของฮานส์! ถ้าพวกเราทำไม่ได้ ทุกอย่างก็จะนับว่าเสียเปล่าแล้ว!”
จีหรานไม่ได้สังเกตุว่าอู๋ฝ่าอู๋เทียนพึมพำกับตัวเอง เขาเพ่งสมาธิอยู่กับรอบตัวพวกเขาและคิดหาแผนการ
“ไอ้เจ้าฮานส์งี่เง่า! เขาถูกพาไปที่ไหนกันแน่?” อู๋ฝ่าอู๋เทียนพูดพร้อมขมวดคิ้ว
เขาพยายามติดต่อกับฮานส์ผ่านช่องพูดคุยของทีมแต่ว่าก็ยังได้รับการแจ้งเตือนแบบเดิม ๆ [พื้นที่พิเศษ การสื่อสารถูกจำกัด]
“เขาน่าจะยังอยู่ในปราสาท พวกเราต้องหาย