จี้ชางไห่ดูเหมือนจะมองความคิดของกู้หย่วนออก และรู้ถึงความกังวลของเขา จึงยิ้มกล่าวว่า
“สหายเต๋าวางใจเถิด แม้ข้าจะมาจากนิกายหยวนหมิง แต่ตัวข้าไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และไม่เคยทำเรื่องชั่วช้าใดๆ ข้อนี้ข้าสามารถใช้จิตแห่งมรรคาสาบานได้ หากผิดคำสาบานขอให้ร่วงหล่นสู่ปรโลกเก้าชั้นภูมิตลอดกาล”
“ส่วนเรื่องที่เจ้าหวาดระแวงในสถานะของข้านั้น ยิ่งไม่จำเป็นเลย เพราะด้วยสถานะที่พิเศษของข้า ข้าจึงไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยววุ่นวายกับเรื่องราวภายในสำนัก และข้าสามารถใช้เพียงสถานะส่วนตัว เชิญสหายเต๋าไปร่วมค้นหาวาสนาในตำหนักเซียนมังกรชาดได้”
“เชิญข้างั้นรึ?”
ครานี้กู้หย่วนประหลาดใจจริงๆ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“สหายจี้ไม่ได้กำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?”
จี้ชางไห่ส่ายหน้า
“เรื่องพรรค์นี้ ข้าไม่เคยล้อเล่น”
กู้หย่วนขมวดคิ้ว
“เช่นนั้นเหตุใดสหายจี้จึงไม่ไปสำรวจตำหนักเซียนมังกรชาดเสียตั้งแต่ตอนนี้เล่า?”
“ไม่ปิดบังสหายเต๋า ก่อนหน้านี้ข้าบังเอิญได้รับวาสนามาครั้งหนึ่ง นอกจากป้ายคำสั่งมังกรชาดหนึ่งชิ้นแล้ว ยังมีแผนที่อีกหนึ่งฉบับ”