“หากเป็นสมุนไพรวิญญาณหรือของวิเศษทั่วไปก็แล้วไปเถอะ ทว่าในนั้นกลับมีสมุนไพรวิญญาณชั้นยอดอย่าง บัวแฝดม่วงคราม เถาวัลย์ทัณฑ์อัสนี และมุกปฐพีเหลืองอยู่ด้วย แม้กระทั่งของวิเศษระดับวิถีเต๋า ไปจนถึงวัตถุดิบวิญญาณระดับเก้าโลหะเทวะก็ยังมี”
พูดมาถึงตรงนี้ จี้ชางไห่ก็ยิ้มออก
“ดังนั้น การเดินทางในครั้งนี้ ข้าจึงไม่ได้ไปพร้อมกับคนในสำนัก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกพวกเดียวกันเองเพ่งเล็ง”
ภายในสำนักบำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะขนาดใหญ่อย่างยอดเขาโอสถ ยังมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นทั้งในที่แจ้งและที่ลับ กระทั่งให้ความรู้สึกเหมือนต้องห้ำหั่นกันจนตายไปข้าง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนิกายใหญ่วิถีมารอย่างนิกายหยวนหมิงเลย
วิถีมารมักจะส่งเสริมให้ศิษย์แข่งขันกันเองมาแต่ไหนแต่ไร ต่อให้ศิษย์จะเข่นฆ่ากันเองจนเลือดสาดกระเซ็น พวกเขาก็ไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สิ่งที่พวกเขายึดถือคือกฎแห่งป่าอันเปลือยเปล่าที่ผู้อ่อนแอคือเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง ราวกับการเลี้ยงกู่ จุดประสงค์ท้ายที่สุดก็คือการเพาะเลี้ยงราชันย์กู่ขึ้นมาจากฝูงแมลงกู่นั่นเอง
หากเป็นอย่างที่จี้ชางไห่กล่าวมาทั้งหมดจริงๆ การที่เขาไม่อยากร่วมทางไปกับคนในสำนัก กู้หย่วนก็พอจะเข้าใจได้