“ไม่มีอะไรหรอกกินข้าวเถอะพ่อขอไปเข้าห้องน้ำแป๊ปหนึ่ง” วศิลกล่าวจบก็เดินไปยังห้องน้ำ เขาล๊อกประตูเสร็จสับก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาและถอนหายใจ ‘หวังว่าลูกไม่โกรธพ่อนะ ที่พ่อทำไปทุกอย่างก็เพื่อให้เอ็งมีชีวิตต่อไปได้’
[ใบรับรองแพทย์]
ผมตรวจร่างกายของนายวศิน อาญาฤทธิ์ พบเชื้อมะเร็งปอด ระยะที่ 3 โปรดเข้ารับการตรวจอีกครั้งในวันที่ xx/xx/xxxx
วศินเก็บกระดาษใบนั้นเข้ากระเป๋าก่อนจะทำเนียนเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกินข้าวต่อ เขาขอแค่ได้จ้อมมองลูกชายของเขากับคนที่เขารักเติบใหญ่ขึ้นแม้จะเหลือเวลาอีกไม่นานก็ตามที ถามว่าทำไมไม่รักษา เงินไงละยิ่งค่าครองชีพที่สูงมากในปัจจุบันยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีเงินรักษาโรคที่เขาเป็นอยู่ หากจะให้ไปหยิบยืมจากเพื่อนมันก็ไม่ใช่นิสัยของเขา เงินเก็บที่เขามีอยู่ก็เป็นส่วนค่าเทอมและค่าเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของรามพอจนจบปี 4
หลังจากกินข้าวเสร็จทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติวศินและรามช่วยกันเก็บโต๊ะอาหารก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน โดยที่วศินไม่ได้บอกเรื่องโรคมะเร็งกับรามไปแม้แต่นิดเดียว