สีหน้าของพวกเขาเคร่งขรึมกว่าปกติ แม้ประกายตื่นเต้นยังไม่เลือนหาย แต่ความจริงจังก็เข้ามาแทนที่ความคึกคักก่อนหน้า
“หวงเยี่ย!”
“เจตจำนงของเจ้าเป็นธาตุอะไร เจ้าสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ใช่ไหม”
“เพราะถ้าเป็นเจตจำนงระดับราชาน่ะ มันจะเหนือยิ่งกว่าเจตจำนงระดับอื่นๆอย่างเทียบกันไม่ติด”
อาจารย์หวังเอ่ยต่อ
“ข้าเองก็เคยได้ยินว่าผู้มีเจตจำนงระดับราชาขึ้นไปจะรับรู้ได้ถึงศักยภาพและพรสวรรค์ของตนเองอย่างชัดเจน”
ทั้งห้าคนจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างตั้งใจ ราวกับกำลังรอฟังคำตอบที่จะยืนยันข้อสันนิษฐานในใจ
หวงเยี่ยคลายแขนที่กอดอกออกเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าช้าๆอย่างไม่ลังเล
“เจตจำนงธาตุพฤกษาน่ะท่านอาจารย์.. แต่เป็นรูปแบบไหนก็ยังไม่อาจบอกได้ ไว้ให้ตรวจสอบจริงๆจังๆเสียก่อนละกัน”
คำตอบนั้นเรียบง่าย แน่นอนว่าเขาไม่อยากบอกว่าตนเองมีเจตจำนงแห่งพลังที่เรียกว่าราชันย์พงไพรพิฆาตดารา ชื่อซึ่งเพียงเอ่ยออกมาก็อาจก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอีกระลอกหนึ่ง เขาต้องการแสดงให้เห็นด้วยการต่อสู้มากกว่าคำประกาศ
เหยียนลี่มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“งั้นเหรอ รู้เพียงแค่ธาตุก็ดีเท่าไหร่แล้ว”