ความโกลาหลวุ่นวายบังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่อาจารย์ใหญ่เหยียนลี่ที่เคยยิ้มแย้มก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขาตะโกนเสียงดังเพื่อสั่งให้ทุกคนถอยออก แต่เสียงของเขาถูกกลบด้วยความตื่นเต้นของเหล่านักเรียน
“พอได้แล้วว้อย!”
“ถอยออกไปก่อน!”
ชายร่างอ้วนยกแขนกางออก ผลักกลุ่มนักเรียนที่เบียดเข้ามาอย่างระมัดระวัง
สีหน้าของเขาครึ่งหนึ่งคือความภูมิใจ อีกครึ่งหนึ่งคือความรำคาญที่ลูกศิษย์ตนกำลังทำตัวเกินควรเลยก็ว่าได้
ในที่สุด ความโกลาหลที่เพิ่งก่อตัวขึ้นก็คลี่คลายลงอย่างช้าๆ ห้องโถงใหญ่กลับเข้าสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
หลายสายตายังคงเหลือบมองไปยังหวงเยี่ยซึ่งยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลจากจุดระเบิด ร่างเพรียวบางของเขาตั้งตรงอย่างมั่นคง ใบหน้าเรียบเฉยราวกับเรื่องราวเมื่อครู่มิได้เกี่ยวข้องกับตนแม้แต่น้อย ไม่มีรอยยิ้มแห่งความลำพอง ไม่มีประกายตื่นเต้นปรากฏในดวงตา
ท่าทางนั้นทำให้ผู้คนยิ่งสับสน เหมือนกับว่าเขาไม่ได้รู้สึกดีใจ หรือบางที ตัวของเขาอาจรู้อยู่แล้วว่าตนเองมีเจตจำนงระดับราชา
ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของหลายคนโดยไม่ได้นัดหมาย
ขณะเดียวกัน เหยียนลี่ อาจารย์หวัง และอาจารย์อีกสามคนก็เดินเข้ามาใกล้