ภาพนั้นหยุดนิ่งอยู่ในความทรงจำ ความมืดกลืนกินทุกสิ่ง จากนั้นเองที่เสียงลึกลับได้ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของเขา
“เจ้าหนู.. เจ้าคิดยังไงกับเผ่าพันธุ์มังกร?”
คำถามนั้นฟังดูเรียบง่าย ไม่ได้แฝงความคุกคามหรือเจตนาบีบบังคับ คล้ายเป็นเพียงการไต่ถามตามประสาผู้สนทนา
หวงเยี่ยซื่อจื่อซึ่งอยู่ภายในห้วงความฝันสั่นสะท้านขึ้นทันที เหมือนสายฟ้าที่ผ่าเข้าสู่ความทรงจำ รีบมองไปยังรอบด้าน ทว่าพบเพียงความว่างเปล่าสีเทาหม่นที่ไร้ขอบเขต ไม่มีท้องฟ้า ไม่มีผืนดิน ไม่มีแม้แต่เงาของตนเอง มีเพียงเสียงนั้นที่ดำรงอยู่ท่ามกลางความเงียบอันเวิ้งว้าง
หัวใจของเขาเต้นรัว แววตาแข็งกร้าวราวกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่กลางรัตติกาล
แม้ไม่รู้ว่าเสียงนั้นมาจากผู้ใด ไม่รู้ว่ากำลังถูกทดสอบหรือหยอกล้อ แต่คำตอบกลับหลุดออกจากริมฝีปากโดยไม่อาจยับยั้ง
“แข็งแกร่ง!”
“ทรงพลัง!”
“สติปัญญายิ่งใหญ่!”
ประโยคแรกเอ่ยออกมาราวกับการยอมรับในความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
“ทว่าก็เย่อหยิ่งยโส! จองหองอวดดี! เย้ยหยันต่อทุกชีวิต! มองเพียงแค่เผ่าพันธุ์ของตนเอง!”
“ส่วนเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เป็นได้เพียงไม้ประดับที่พวกมันอยากจะตัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้!”