่นก็ปวดใจยิ่ง
แค่พลั้งหายใจเข้าไปทีเดียว กลิ่นแสบร้อนก็พุ่งปะทะเข้ามา เซวียเสี่ยวหรั่นรีบอุดปากอุดจมูก แต่ก็ยังแสบจนน้ำมูกน้ำตาไหล
เห็นระยะทิ้งห่างออกมาพอสมควร เธอก็เก็บสเปรย์ แล้วรีบวิ่งถอยไปด้านหลัง
ตอนวิ่งมาถึงข้างกายเหลียนเซวียน น้ำตาของเธอยังไหลพราก เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “พ่นเรียบร้อยหมดแล้ว พวกเรารีบไป”
โดนเข้าเองแบบนี้ ไม่เท่ากับข้าศึกบาดเจ็บหนึ่งพันตนเองสูญเสียแปดร้อยหรอกหรือ เหลียนเซวียนทอดถอนใจ
ทั้งคณะเริ่มออกเดินทางด้วยความเร็วอย่างกับเต่า หลังจากเดินอ้อมทางลาดชันที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และวัชพืชรกเรื้อมาแล้ว เสียงหอนของฝูงหมาป่าก็แว่วมาแต่ไกล
หลังจากนั้นเสียงเห่าหอนของหมาป่าทั้งฝูงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศในป่าเย็นยะเยือกทันควัน
ฝูงหมาป่ามากันจริงๆ เซวียเสี่ยวหรั่นกับเหลียนเซวียนหน้าถอดสี อาเหลยกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้ มองตามเสียงเห่าหอนของหมาป่าอย่างหวาดระแวง
“เหลียนเซวียน พวกเราขึ้นไปหลบบนต้นไม้กันดีหรือไม่”
เซวียเสี่ยวหรั่นกลัวว่าสเปรย์พริกจะไม่ได้ผล ฝูงหมาป่าใกล้มาถึงแล้ว พวกเขาวิ่งอย่างไรก็ไม่ทัน ขึ้นไปหลบบนต้นไม้อย่างน้อยก็ปลอดภัยชั่วคราว
เหลียนเซวียนมุ่นคิ้วขมวด ขณะกำลัง