“อาเหลย แถวนี้มีพืชที่ให้รสชาติแบบนี้อีกหรือไม่ อืม… มันเติบโตบนต้นไม้ ผลของมัน กลมๆ เล็กๆ รสเค็ม ด้านบนมีผลึกสีขาว รสชาติเหมือนกับตะไคร่น้ำนี้เลย”
เซวียเสี่ยวหรั่นลองถามถึงไม้ผิวเกลือจากอาเหลย
อาเหลยกินตะไคร่น้ำ ขณะเดียวกันก็พยายามทำความเข้าใจความหมายของเธออย่างสุดกำลัง
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่ยอมแพ้ ชี้ไปที่ตะไคร่น้ำในมือของมัน แล้วสื่อสารด้วยท่าทางต่อ
หลังจากนั้นครู่ใหญ่ อาเหลยก็ทำเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง ประจวบกับกินตะไคร่น้ำหมดพอดี ครั้นแล้วมันก็ลุกขึ้น วิ่งกระโดดอย่างซุกซนเข้าไปในป่า
เซวียเสี่ยวหรั่นเดินตามหลังมันไป ต้องเปลืองแรงอยู่มาก
หลังผ่านเจ็ดเลี้ยวแปดโค้ง ขึ้นเขาลงเนิน เดินลัดเลี้ยวไปอีกพักใหญ่ จนเซวียเสี่ยวหรั่นจำทางมาไม่ได้แล้ว
หากไม่เพราะเห็นอาเหลยยังเดินเอ้อระเหยลอยชายอยู่ เธอก็คงสงสัยว่ามันพาหลงทางหรือเปล่า
“อาเหลย อีกไกลไหม”
ยิ่งเดินก็ยิ่งไกลออกไป เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกใจคอไม่ดี แม้ว่าฤดูหนาวจะมีสัตว์ป่าไม่มาก แต่ก็มีบางชนิดที่ไม่ต้องจำศีลช่วงฤดูหนาว
ถ้าไปเจอกับเสือสิงห์ หรือหมาป่าเข้า ชีวิตน้อยๆ ของเธอมิต้องทิ้งไว้ที่นี่พอดีหรือ?
เมื่อครู่มีอะไรบางอย่างกระโจนออกมาจาก