“อะไรนะ? ข้าแต่งงานหรือยังน่ะเหรอ ฮ่าๆ” เซวียเสี่ยวหรั่นหันมาถาม พลางหัวเราะเสียงดัง เพิ่งมีคนถามคำถามแบบนี้กับเธอเป็นครั้งแรก
เธอเป็นนักเรียนที่เพิ่งเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จไปหมาดๆ จะแต่งงานแล้วได้อย่างไร
เหตุใดต้องหัวเราะ? นัยน์ตาของเหลียนเซวียนฉายแววสงสัยในความพร่าเลือน
ตามหลักเหตุผลแล้วสตรีอายุสิบแปดแม้ยังไม่ได้แต่งงานก็ควรจะหมั้นหมายแล้ว
แต่จิตใต้สำนึกบอกเขาว่า แม่นางผู้นี้น่าจะยังไม่แต่งงาน
เซวียเสี่ยวหรั่นหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยุดไป เธอนึกได้ว่าผู้หญิงสมัยโบราณมักแต่งงานเร็ว ถ้าอายุเท่าเธอแล้วยังไม่แต่งงานหากมาอยู่ในยุคสมัยนี้ เกรงว่าคงกลายเป็นสาวเทื้อไปแล้ว
พอรู้แบบนี้ เซวียเสี่ยวหรั่นก็หงุดหงิดอยู่บ้าง
“ข้ายังไม่แต่งงาน ธรรมเนียมของเราต่างจากของพวกท่าน อายุน้อยอย่างข้า ตามกฎหมายถือว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ ยังไม่ถึงเวลาที่จะแต่งงาน”
เซวียเสี่ยวหรั่นเบะปาก อายุอย่างเธออยู่ในวัยแรกแย้มดังวสันต์ผลิบาน แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวกลับกลายเป็นช่วงอายุที่น่าอับอายให้ผู้อื่นดูแคลนไปเสียแล้ว
ยังไม่แต่งงานจริงๆ ด้วย เหลียนเซวียนหลุบตาลงเล็กน้อยบดบังประกายเจิดจ้าที่วาบผ่านดวงตา
ว่าแต่บ้านเกิ