ยามเซวียเสี่ยวหรั่นตื่นขึ้นมาตอนเช้า ขยี้ตาอย่างงัวเงีย เหลียนเซวียนก็นั่งหลังตรงอยู่ข้างกาย เพ่งมองไปที่ปากถ้ำอย่างเหม่อลอยไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
เสียงฝนตกปรอยๆ แว่วมาจากด้านนอก ลมหนาวโชยเข้ามาทางปากถ้ำเป็นระลอก อุณหภูมิภายในต่ำถ้ำต่ำลงมาไม่น้อย
เซวียเสี่ยวหรั่นสูดจมูกรู้สึกหนาวแทบแข็งตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเท้าเปลือยเปล่าเย็นเฉียบ เธอย้ายกิ่งไม้ข้างกายที่กั้นอยู่ออกไป แล้วยื่นเท้าไปข้างกองไฟ
แล้วถือโอกาสเอื้อมมือไปหยิบรองเท้าขาวมาผิงไฟต่อ รองเท้ายังคงชื้นอยู่ยังไม่แห้งสนิท
เมื่อคืนอาเหลยปวดแผลตื่นขึ้นมากลางดึก ร้องเจี๊ยกๆ เพราะไม่สบายตัว เซวียเสี่ยวหรั่นต้องลุกขึ้นต้มน้ำคาวมัจฉาชามหนึ่งให้มัน แล้วยังเอาต้นคาวมัจฉาให้มันกินเป็นของว่างอีกไม่น้อย อาเหลยถึงหลับไป
หัวหมุนกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ค่อนคืน เวลานอนจึงน้อยมาก
“นี่มันเวลาไหนแล้ว” ดูเหมือนว่าเธอจะตื่นสายเสียแล้ว
นอกถ้ำครึ้มฟ้าครึ้มฝน จะดูออกได้อย่างไรว่าเป็นยามไหน
“ครึ่ง… ยาม… เฉิน… แล้ว” [1] เหลียนเซวียนค่อยๆ เขียนโมงยามลงไป
ครึ่งยามเฉิน? ใครก็ได้ช่วยบอกเธอทีว่ามันคือกี่โมง เซวียเสี่ยวหรั่นเกาหัวแกรกๆ มองเหลียนเซวียนอย่างตัดพ้อ ช่วยเขียนเ