ึ่ง แล้วมานั่งข้างลิงน้อยเตรียมสานตาข่ายดักปลา
“รูตาข่ายสามารถเว้นให้ใหญ่หน่อย จะได้ไม่ดักเอาปลาเล็กที่ยังไม่ถึงคราวกินมาด้วย ถ้าจะจับก็ต้องจับปลาใหญ่” เธอสานไปพึมพำไป
ดวงตากลมโตของลิงน้อยจ้องเธอไม่กะพริบ พอได้กินอิ่มท้องมันก็สดใสขึ้นมาก รู้ว่าตอนนี้ขาของมันขยับไม่ได้ จึงยอมนั่งไม่ก็นอนแต่โดยดี
เซวียเสี่ยวหรั่นหันไปคุยหยอกกับมันอยู่เป็นพักๆ อารมณ์ของลิงน้อยมั่นคงมากแล้ว เรี่ยวแรงก็พอมีอยู่บ้าง ยังหยิบเส้นเถาวัลย์มาทำท่าสานเลียนแบบเธอ
“ฮิๆ หากเจ้าสามารถสานได้แบบข้า ก็คงเป็นลิงอัจฉริยะแล้วล่ะ”
เซวียเสี่ยวหรั่นมองมันแล้วหัวเราะ
“เจี๊ยกๆ” แม้ลิงน้อยจะไม่เข้าใจที่เธอพูด แต่ก็เรียนรู้ที่จะตอบรับได้
หนึ่งคนหนึ่งลิง แม้คุยคนละภาษาเหมือนไก่สนทนากับเป็ด แต่กลับสื่อสารกันได้อย่างสนุกสนาน
ดูเหมือนว่าแม่นางผู้นี้มักพึงพอใจกับสิ่งที่ตนเองทำอยู่เสมอ ไม่ว่าต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้พูดไม่ออก หรือแม้แต่กับลิงน้อยที่ได้รับบาดเจ็บตัวหนึ่ง นางก็ยังค้นหาความสุขกับมันได้เสมอ
เหลียนเซวียนยืนอยู่หน้าเตาสองใบ รู้สึกถึงความร้อนที่ปะทะกับใบหน้า จนเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
เซวียเสี่ยวหรั่นสานส่วนก้นขอ