กกว่านี้ นึกถึงแม่นางผู้นั้นเคยชำแหละงูมาแล้วหนหนึ่ง คิดว่าครั้งที่สองก็ย่อมสามารถทำได้
แต่ตอนนี้กลับได้ยินเสียงของนางเหมือนจะร้องไห้ ทำเอาเหลียนเซวียนทำอะไรไม่ถูก
ด้วยการแสดงออกที่ค่อนข้างโผงผางของนาง ทำให้เขาลืมสนิทว่านางเป็นหญิงสาวที่กลัวงู
เมื่อเป็นเช่นนี้ งูตัวนั้นไม่เอาก็ได้
เหลียนเซวียนมองไปที่เซวียเสี่ยวหรั่น คิดจะแสดงความคิดของตนเองให้เธอรู้
แต่กลับได้ยินนางบ่นงึมงำว่า “งูไฉ่ฮวาใหญ่ขนาดนี้ มีเนื้อเยอะเลย ตัดหัวออกเอาไปแขวนตากลมให้แห้ง ตุ๋นเป็นน้ำซุปดื่มแก้หนาว บำรุงร่างกาย”
ร่างของเหลียนเซวียนซึ่งพิงโคนต้นไม้อยู่พลันลื่นพรืด โชคดีที่ยังไม่ถึงขั้นหกล้มลงที่พื้น
แม่นาง ไหนบอกว่ากลัวงูอย่างไรเล่า?
เมื่อครู่ใครกันพูดว่าเนื้องูไม่ได้อร่อยขนาดนั้น
เหลียนเซวียนกอดลำต้นอย่างทุลักทุเล ใช้ดวงตาไร้ประกายจดจ้องแม่นางที่ร้องว่ากลัวงูผู้นั้น การแสดงออกทางสีหน้าไม่รู้ว่าจะโมโหหรือหัวเราะดี
เซวียเสี่ยวหรั่นแหวกพงหญ้า วิ่งไปยังกำแพงหน้าผาแห่งนั้น
งูน่ะ กลัวก็กลัวอยู่ แต่เนื้องู กินก็ยังต้องกิน
อย่างไรเสียมันก็ตายแล้ว ความสุรุ่ยสุร่ายคือสิ่งที่น่าละอาย จริงหรือไม่
ขนาดงูจงอางมีพิษยังกินมาแล้ว