้ยต้นหนึ่ง ครานี้ไม่นั่งบนพื้น แต่ก้มหน้าลง ปล่อยให้เรือนผมยาวปรกไปเสียครึ่งหน้า
“ท่านออกมาล่าสัตว์อีกแล้วหรือ?”
เซวียเสี่ยวหรั่นทั้งมีความหวัง ทั้งวิตกกังวล
เหลียนเซวียนค่อยๆ ยกมือชี้ไปข้างกำแพงหน้าผา
ได้อะไรมาอีกแล้วหรือ? ใบหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่นฉายแววยินดี วิ่งเข้าไปพลางกระโดดโลดเต้น
พอเปิดพุ่มไม้ที่บดบังวิสัยทัศน์อยู่ใบหน้ายิ้มแย้มของเซวียเสี่ยวหรั่นก็นิ่งค้าง
ถอยกรูดออกมาหลายก้าว
“ปัดโธ่เอ๊ย ทำไมเป็นงูอีกแล้วล่ะ”
งูสีน้ำตาลเทาตัวเขื่องถูกมีดปักตรึงอยู่บนกำแพงหน้าผา
เซวียเสี่ยวหรั่นทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธอกับงูช่างมีวาสนาต่อกันเสียจริง งูในป่าแห่งนี้จะเยอะไปหน่อยไหม
แม้เมื่อวานจะขับไล่งูเหลือมไปได้อย่างอาจหาญ แต่ก็มิได้หมายความว่าเธอไม่กลัวงู
“เหลียนเซวียน ท่านช่วยล่าอย่างอื่นได้หรือไม่ อันที่จริง… เนื้องูก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้น”
เหลียนเซวียนเองก็จนปัญญาอย่างยิ่ง เมื่อวานเขาเดินมาถึงที่นี่ ได้ยินเสียงไก่ป่าจำนวนไม่น้อยเดินสวบๆ อยู่ในพงหญ้า แต่วันนี้กลับไม่มีวี่แววของไก่ป่า เขารออยู่นานก็ไร้ความเคลื่อนไหว
แต่ที่กำแพงหน้าผามีเสียงสัตว์ขนาดยาวเลื้อยคลานอยู่ เขาออกมานานแล้ว ไม่สามารถเปลืองแรงไปมา