หลังกลับมาถึงถ้ำ เธอก็หย่อนก้นนั่งลง แต่รอยฟกช้ำที่ก้นก็ทำให้เธอต้องสูดปาดร้องซี้ดอย่างอดไม่ได้
ก่อนหน้านี้เธอแล่นไปโน่นมานี่อยู่ตลอด แผลฟกช้ำติดตัวก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย แต่พอได้พักเท่านั้น ความปวดเมื่อยก็ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก
“โอ๊ย ฉันนี่มันดวงคนใช้แรงงานแท้ๆ ต้องขยับถึงจะไม่รู้สึกปวดเมื่อยตามตัว”
เธอแยกเขี้ยวยิงฟันทำหน้าเบ้ขณะนวดบั้นเอว ก่อนหิ้วไก่ป่าเตรียมไปจัดการที่ริมแม่น้ำ
“ไม่มีเตาต้มน้ำร้อน แล้วจะถอนขนไก่ป่ายังไงล่ะ”
เซวียเสี่ยวหรั่นเกาหัวแกรกๆ ที่บ้านเวลาเชือดไก่ต้องเอาไปลวกในน้ำร้อนก่อนถึงจะถอนขนง่าย
ถอนขนไก่สดๆ ทำง่ายเสียที่ไหน หรือว่าจะเลียนแบบวิธีทำไก่ขอทาน ใช้โคลนพอกไก่ทั้งตัวแล้วเอาไปเผา แต่หากเผาจนสุกแล้วจะถอนขนได้อีกหรือ
เซวียเสี่ยวหรั่นขมวดคิ้วใช้ความคิดว่าวิธีไหนจะประหยัดเวลามากกว่ากัน
ทางด้านเหลียนเซวียนขยับตัวเล็กน้อย
“เหลียนเซวียน ท่านว่าระหว่างถอนขนไก่สดๆ กับเอาโคลนพอกก่อนแล้วเอาไปเผาให้สุกค่อยถอนขนแบบไหนดีกว่ากัน”
เซวียเสี่ยวหรั่นถามเขาประโยคหนึ่ง
เหลียนเซวียนเหลือบมาที่นางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เซวียเสี่ยวหรั่นยิ้มตาหยี มองซ้ายมองขวาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบหินสำ