สำคัญนัก ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า อารมณ์ของเซวียเสี่ยวหรั่นเปลี่ยนเป็นสดใส
อย่างไรเสียสถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว ร้องไห้ไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่สู้คิดหาหนทางเพื่อวันข้างหน้าย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ
เธอคีบเนื้องูเหลืองเกรียมชิ้นหนึ่งขึ้นมา แน่ใจว่าสุกจนไม่อาจจะสุกไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว “ฟู่… ฟู่…” หลังเป่าสองสามครั้ง ก็กัดเข้าไปคำหนึ่ง
เนื้อทั้งสดนุ่มละมุนลิ้น เนื้อแน่นไร้ไขมัน มีรสหวานเล็กน้อย ทั้งที่ไม่ได้เติมเครื่องปรุงแต่กลับไม่แย่
เซวียเสี่ยวหรั่นกินอย่างมีความสุข “ไม่นึกเลยว่าเนื้องูจะอร่อยขนาดนี้”
หลังกัดเข้าไปอีกคำ ก็วางเนื้องูในมือลงด้านข้าง จากนั้นก็ใช้มีดตัดใบเผือกป่าออกมาใบหนึ่ง คีบเนื้องูที่ย่างสุกทิ้งไว้จนเย็นแล้วห่อด้วยใบมันก่อนส่งให้เหลียนเซวียน
“ท่านลองชิมดู รสชาติไม่เลว ไม่มีกลิ่นคาวสักนิด ทั้งยังสดมากอีกด้วย”
เหลียนเซวียนรับเนื้องูที่ห่อมาอย่างดี ก้มศีรษะให้นางแทนคำขอบคุณ
เซวียเสี่ยวหรั่นกลับไม่ใส่ใจจะมองเขา หันกลับไปคีบเนื้องูอีกครึ่งหนึ่งขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย
เหลียนเซวียนเอาเนื้อเข้ามาใกล้ริมฝีปาก คุ้นเคยกับกลิ่นหอมของเนื้องูเป็นอย่างดี เหลยลี่ชอบเอาเนื้องูมาย่างกินเป็นที่สุด