เซวียเสี่ยวหรั่นมองชายน่าสะพรึงตรงหน้าอย่างหวาดหวั่น บาดแผลบวมแดงช้ำเลือดช้ำหนองซึ่งกลาดเกลื่อนอยู่บนใบหน้าของเขา ประกอบกับหนวดเครายาวครึ่งข้อนิ้วรกรุงรัง ดวงตาเบิกโพลงแต่ม่านตากลับไร้จุดโฟกัส เมื่อมาอยู่ท่ามกลางความมืด ยิ่งทำให้เขาดูน่ากลัวราวกับภูตผีก็ไม่ปาน
จิตใต้สำนึกสั่งให้เธอแกะมือของเขาออก แต่กลับพบว่ามือของเขาแข็งแรงราวกับฝ่ามือเหล็ก
“ช่วย… ด้วย….”
สีหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่นก่ำโลหิตเริ่มหายใจลำบาก พยายามแกะฝ่ามือของเขาออก แต่ก็คายคำพูดออกมาอย่างยากเย็นได้เพียงสองคำ
ชายคู่กรณียังคงบีบคอเธอไม่ขยับ มีเพียงดวงตาไร้ประกายคู่นั้นที่กลอกไปมาเล็กน้อย
“ฉัน… ช่วยชีวิตคุณ คุณจะ… ทำแบบนี้… กับฉันไม่ได้”
ขณะเค้นคำพูดประโยคนี้ออกมา ดวงหน้าทรงกลมของเซวียเสี่ยวหรั่นก็แทบจะกลายเป็นสีม่วงคล้ำไปแล้ว สัมผัสลางมรณะที่กำลังคุกคามตนเองอยู่ได้อย่างชัดเจน
อาจเป็นเพราะคำพูดของเธอได้ผล การบีบรัดรอบลำคอผ่อนแรงลง เซวียเสี่ยวหรั่นรีบสูดรับอากาศใหม่หายใจเข้าไปเฮือกใหญ่
“… แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก...”
ในที่สุดลมหายใจถี่กระชั้นก็กลับมาเป็นปรกติ แต่มือใหญ่ยังคงทาบอยู่บนลำคอของเธอไม่ปล่อย
“นี่ ฉันอุตส่าห์แบกค