ุณขึ้นมาจากริมแม่น้ำ ถือว่าช่วยชีวิตคุณแล้ว ทำไมถึงไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดดีชั่วแว้งกัดกันได้”
ถึงแววตาที่แตกต่างจากคนทั่วไปของเขาจะทำให้เซวียเสี่ยวหรั่นหายใจไม่ทั่วท้องอยู่บ้าง แต่เธอยังคงกัดฟันรีบชิงแสดงผลงานก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง จะได้ไม่ถูกคนที่กำลังบ้าเลือดบีบคอตายไปเสียก่อน
ชายคนนั้นไม่เปล่งเสียง แต่ใบหน้าอัปลักษณ์จนยากที่ผู้คนจะกล้ามองโดยตรงกลับแผ่รังสีเย็นยะเยือกน่ายำเกรง ลูกตาขยับน้อยๆ ดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เธอพูด
ฟังรู้เรื่องก็ดีสิ เซวียเสี่ยวหรั่นค่อยใจชื้นขึ้น
“ตอนแรกคุณลอยอยู่ริมแม่น้ำ หากฉันไม่แบกขึ้นมาบนฝั่งปล่อยให้อยู่ในน้ำทั้งคืนคุณคงไม่รอดแน่ ดูแผลตามตัวของคุณสิ แผลที่ดูดีหน่อยก็แช่น้ำจนซีดไปหมดแล้ว หากไม่ทำแผลอีกมีหวังติดเชื้อแน่ๆ แต่ก็นับว่าคุณดวงแข็ง บังเอิญฉันพกยามาด้วย เลยให้กินยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดเข้าไป แล้วก็ใส่ทิงเจอร์ทำแผลให้เรียบร้อย”
เธอพูดไม่หยุด หมายหว่านล้อมให้เขาปล่อยมือจากลำคอของเธอ
ชายผู้นั้นเอาแต่นิ่งสงวนวาจา บรรยากาศเงียบสงบแต่กลับให้ความรู้สึกชอบกล
เซวียเสี่ยวหรั่นลอบกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น เดาเอาว่านัยน์ตาของเขาอาจมองไม่เห็น
“ฉันบอกคุณ