่งเอาไปจ่อที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม เวลาแบบนี้ เธอไม่สนหรอกว่ามือจะสะอาดหรือไม่
ชายหนุ่มไม่ขยับ “สบายใจได้ นี่คือเค้กแบล็กฟอร์เรส ฉันกินไปแล้วครึ่งหนึ่ง ต้องกัดฟันเสียสละอีกครึ่งให้คุณเลยนะ”
ขนมเค้กจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก อาจเป็นเพราะกลิ่นหอมยั่วยวนกระตุ้นความอยากอาหาร ผ่านไปครู่ใหญ่สุดท้ายชายหนุ่มหัวแข็งก็ยอมอ้าปากเล็กน้อย
เซวียเสี่ยวหรั่นป้อนเขาทีละคำ จนกระทั่งคำสุดท้ายถูกส่งเข้าปาก เธอก็ป้อนน้ำให้อีกสองคำ ระหว่างนั้นเธอก็เอาแต่รำพันกับตัวเองตลอดเวลา
“… จบเห่ ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว แต่ฉันกลับไม่ได้พกไฟแช็กมาด้วย”
“สวรรค์ ทำไมฉันถึงไม่หยิบไฟแช็กมาด้วยนะ”
“ไม่มีไฟแช็กแล้วจะจุดไฟยังไง ไม่มีไฟ แล้วจะใช้ชีวิตในป่าต่อไปอย่างไร”
“หรือว่าต้องเอาไม้มาปั่นเพื่อจุดไฟ? แต่ฉันทำไม่เป็นนี่นา”
เซวียเสี่ยวหรั่นบ่นงึมงำไปเรื่อย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรจากชายหนุ่มจนเธอรู้สึกจนปัญญา ได้แต่ถูแขนสองข้างคลายหนาว หุบเขาซ่อนเร้นในเงามืด อุณหภูมิน่าจะเหลือแค่สิบสามสิบสี่องศา เธอสวมเสื้อแขนสั้น แม้ไม่ถึงกับแข็งตาย แต่ก็หนาวเหน็บเข้ากระดูก
ไฟแช็กไม่มี ก็ก่อไฟไม่ได้ ไม่มีแหล่งกำเนิดไฟ แล้วจะใช้ชีวิตในป่ายังไงล่ะ?
เซวียเสี่ยวหรั่น