ลำพังแค่ระดับการบำเพ็ญเพียร เขาก็ด้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่หลายขุมแล้ว
การไปต่อกรกับคนระดับนี้ มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัว กู้หย่วนไม่ได้โง่ขนาดที่จะทำเรื่องพรรค์นั้นหรอก
เมื่อกู้หย่วนมาถึงประตูเมืองของตลาดนัดฉงหมิง ก็มีชายสองคนเข้ามาขวางหน้าเขาไว้
“สหายทั้งสองมีธุระอันใดหรือ?”
กู้หย่วนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ทั้งสองคนต่างก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับระดับเทียนเหริน และเห็นฉากที่กู้หย่วนร่อนลงมาจากเรือมังกรเหินเวหาเมื่อครู่นี้เต็มสองตา พวกเขาย่อมรู้ดีว่ากู้หย่วนมีที่มาไม่ธรรมดา หนึ่งในนั้นจึงกล่าวอย่างสุภาพว่า
“สหายเต๋าโปรดอย่าเข้าใจผิด ข้าน้อยแซ่หวัง เป็นผู้ดูแลของตลาดนัดฉงหมิงแห่งนี้ ดูจากท่าทางของสหายเต๋าแล้ว น่าจะเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกใช่หรือไม่?”
กู้หย่วนพยักหน้า
“ที่แท้ก็คือสหายเต๋าหวัง ข้าน้อยแซ่กู้ นามหย่วน มาจากยอดเขาโอสถ เพิ่งเคยมาเยือนที่นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ”
พูดจบ เขาก็หยิบป้ายหยกประจำตัวออกมา บนป้ายหยกนั้นสลักลวดลายเตาหลอมโอสถสามขาสามหูเอาไว้อย่างวิจิตรบรรจง สมจริงจนราวกับมีเปลวเพลิงและควันไฟลอยกรุ่นอยู่ภายใน
“กู้หย่วน?”