ศิษย์หลายคน โดยเฉพาะพวกศิษย์สายในจากฝักฝ่ายตระกูลใหญ่ ที่ไม่สบอารมณ์กับกู้หย่วนอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พากันผสมโรงเยาะเย้ย
“ศิษย์พี่เฉินพูดถูกแล้ว ศิษย์น้องกู้เพิ่งจะกราบเข้าสำนักมาได้ไม่นานนักหรอก มิเช่นนั้น หากเข้าสำนักมาก่อนหน้านี้สักไม่กี่ปี ก็อาจจะมีโอกาสได้โควตาสักที่นั่งก็ได้นะ”
นักพรตเฮ่อหลิงตวัดสายตาเย็นเยียบมองดูคนพวกนี้ สายตาอันคมกริบนั้นทำเอาหลายคนถึงกับหน้าถอดสี รีบหลบสายตากันเป็นแถว
ทว่าก็มีบางคนที่ไม่ได้เกรงกลัวนักพรตเฮ่อหลิงเลยแม้แต่น้อย อย่างเช่นศิษย์แซ่เฉินที่เพิ่งเอ่ยปากเมื่อครู่นี้
มันถือดีว่าตนเองเป็นคนรุ่นหลัง ซ้ำยังมีที่พึ่งพิงเบื้องหลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านักพรตเฮ่อหลิงเสียอีก จึงย่อมไม่มีความเกรงกลัวใดๆ
“นั่นสิ ช่างน่าเสียดายจริงๆ…”
ศิษย์แซ่เฉินแสร้งทำเป็นทอดถอนใจ
“แต่ทว่า หากศิษย์น้องกู้ยอมเปลี่ยนใจมาเข้าร่วมกับฝักฝ่ายตระกูลใหญ่ของเราตั้งแต่แรก ก็ไม่แน่ว่าอาจจะได้โควตามาครอง เหมือนอย่างศิษย์น้องหลี่ฉางชิงก็ได้นะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลี่ฉางชิงก็มืดครึ้มลงทันที เขาถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง