เสียงลือเรื่องจำนวนอสูรมารที่ลดลงไม่ได้มีแค่ร้านเดียวพูดถึง ข้าเลยตระเวนไปรอบเมืองเขตฮวาอึมแทบทั่ว แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปเพียงหนึ่งเดียว—การจะหาซื้อ “ศิลามาร” ในตอนนี้ เปรียบได้กับการไขว่คว้าดาวบนฟ้า
ไม่ว่าจะร้านไหน คำตอบก็เหมือนกันหมด
อสูรมารที่ถูกล่ามีน้อยลงกว่าก่อนมาก แถมพ่อค้าเองก็ไม่อยากยุ่งกับศิลามาร เพราะมันไม่มีมูลค่า ไม่มีคนซื้อ
สุดท้าย ข้าก็ไม่ได้อะไรกลับมานอกจาก…
“ได้แค่ไม้เสียบไก่เหรอ…”
“อร่อยใช่ไหมล่ะ?”
“นั่นสิ อร่อยกว่าที่คิดอีก”
และขอย้ำว่าไม้เสียบไก่ที่ว่าก็เป็นของที่มูยอนจ่ายให้
ทันทีที่กลับถึงจวน ข้าก็คืนเงินให้เขา
ตอนเขารับเงิน สีหน้ามันออกแนว ‘เอ๊ะ จริงดิ?’ จนข้าชะงักไปนิด คิดอยู่ครู่ว่าจะไม่คืนดีไหม
นี่ข้าโดนมองว่าเป็นพวกไม่คืนเงินไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ…
ให้ตาย คราวหน้าไม่คืนแล้วจริงๆ ด้วย
‘เรื่องศิลามาร คงยังยืนยันอะไรตอนนี้ไม่ได้สินะ’
ยังดีที่เส้นทางผ่านเขาในมณฑลส่านซียังเหลืออีกมาก วันข้างหน้าอาจเจออสูรมารที่ยังไม่มีใครแตะต้องก็ได้ ถ้าไม่เหลือทางเลือกจริงๆ คงต้องไปตามหาด้วยตัวเอง
เมื่อเดินสำรวจรอบๆ จวน ข้าก็รู้สึกถึงความว่างเปล่าแปลกๆ เลยเอ่ยถาม
“นางนั่นยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”
ข้าหมายถึง นัมกุงบีอา
พอถามผู้คนในจวน ก็มีแต่คำตอบว่า‘ยังไม่กลับ’
ข้ารู้ว่านางออกไปตั้งแต่เช้ามืด แต่ตอนนี้ก็ปาเข้าไปจะถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ดูยังไงก็ช้ากว่าปกติ