นางยังคงเหวี่ยงกระบี่ภายใต้แสงจันทร์ เพื่อกลบเสียงของกู่หยางชอนที่ก้องอยู่ในหัว เสียงที่ยังไหลเวียนอยู่ข้างหูไม่เลือนหาย เป็นเสียงที่นางอยากจะลืมเสียให้สิ้น
น่ารำคาญนัก
ทั้งที่เหนื่อย ทั้งที่เจ็บ ทั้งที่หนีมาอย่างตัดขาดแล้วแท้ๆ แต่กลับมาหวั่นไหวเพียงเพราะคำว่า “น้องสาว” คำเดียว
นางเกลียดตัวเองที่เผลอมีความหวัง
แค่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น กลับคิดไปว่าบางที…อาจย้อนกลับไปยังวันวานได้อีกครั้ง
นั่นช่างน่าสมเพชสิ้นดี
‘อย่าลืมนะ…หลิงฮวา’
‘เจ้าต้องเบ่งบานดั่งดอกเหมย’
เพื่อท่านอาจารย์ผู้เคยมอบที่พักพิงให้กับนาง ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของท่านก็ตาม
อย่างน้อยที่สุด— ให้นางได้มอบ ‘บุปผาของศิษย์’ ให้ท่านอย่างสง่างาม
กู่หลิงฮวากัดฟันแน่น
เตือนใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แล้ววาดกระบี่ลงบนฟากฟ้า
ภายใต้แสงจันทร์ที่เงียบงันและอ้างว้างนั้น…