ถึงขั้นที่ข้าต้องถามออกไปด้วยตัวเอง เพราะนี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เห็นนางทำหน้าแบบนั้น
จะว่าอย่างไรดี… สีหน้าเหมือนคนตกตะลึง? หรือจะบอกว่า…เหมือนสิ้นหวังก็ใช่?
สีหน้าของนัมกุงบีอาในตอนนั้น… เต็มไปด้วยอารมณ์ปะปนกันมากมาย
แม้จะไม่ใช่สีหน้าที่ดูดีนัก แต่ก็ยากจะบอกได้ว่านางกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่
“…ข้า…”
หืม? “ข้า”?
นางเริ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างไร้ทิศทาง แต่เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินเลย
ข้าจึงลองขยับเข้าไปใกล้อีกนิด
“ข้า… ข้าทำพังแล้ว…”
“ว่าไงนะ?”
“พังหมดแล้ว…”
สามพยางค์ที่เอ่ยแผ่วเบาออกมา ราวกับเสียงกระซิบ
‘พังหมดแล้ว’…อะไรพังงั้นหรือ? ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าหมายถึงอะไร
แต่สุดท้ายข้าก็เลือกจะไม่ซักถามให้มากความ เพราะรู้นิสัยของนัมกุงบีอาดีว่า นางก็มีมุมประหลาดของตัวเองอยู่เสมอ
อาจจะเป็นอีกเรื่องไร้สาระที่ข้าไม่ควรใส่ใจก็ได้
วันต่อมาก็มาถึง
โชคดีที่ข้าได้ห้องพักใหม่อีกห้องในวันนั้น คืนที่สามจึงสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจเสียที
แม้นัมกุงบีอาจะยังดูเหม่อลอยผิดปกติโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ แต่วีซอลอากลับดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ถึงจะอดรู้สึกกังวลไม่ได้ แต่เพราะก่อนหน้านั้นได้บอกกล่าวไว้กับฮงวาแล้ว พอถึงเวลาเข้านอน นางก็ลากข้าหายเข้าไปในห้องตามปกติ
นั่นทำให้ข้าได้นอนเต็มอิ่มเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน