อะไรบางอย่างเปลี่ยนไป
แม้นางจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันกลับกดดันจนรู้สึกได้ทั่วร่าง
ท่าทางยืนนิ่งในขณะที่สบตา… ท่าทางที่ดูเรียบง่ายนั้น ทว่า…
กู่หลิงฮวากลับมองเห็นใครบางคนซ้อนทับอยู่ในภาพนั้น
ราชินีกระบี่ดอกเหมย
อาจารย์ของนาง
ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ตอนที่อาจารย์ยังมีสุขภาพดีพอจะจับกระบี่
วินาทีนั้นนางเคยได้เห็นแรงกดดัน ที่แท้จริงปรากฏออกมาเพียงชั่วพริบตา
และตอนนี้… ความรู้สึกนั้นหวนกลับมาอีกครั้ง แม้จะจางเพียงใด แต่มันก็ชัดเจน
สัญชาตญาณทำให้หลังของนางเย็นเยียบ ระฆังแห่งสัญญาณอันตรายดังสะท้อนในหัว
กู่หลิงฮวารวบรวมพลังที่เหลืออยู่ ห่อหุ้มลงบนกระบี่ไม้ในมือ
แล้วหญิงคนนั้นก็เอ่ยขึ้น
“…ไม่ได้ขี้เหร่หรอก”
“…ว่าอะไรนะ?”
“ไม่ได้ขี้เหร่สักหน่อย”
เป็นคำพูดที่ฟังดูแผ่วเบา อ่อนโยน ไม่มีความกดดันในน้ำเสียง แต่กลับสัมผัสได้ถึงแรงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น
แรงกดดันที่เคยเร้นกายอยู่เงียบๆ บัดนี้ได้แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
กู่หลิงฮวารู้มาตลอดว่าอีกฝ่ายยั้งมือ แต่นางไม่เคยคิดเลยว่า จะยั้งได้มากถึงเพียงนี้
ความรู้สึกว่าอะไรบางอย่างผิดพลาดผุดขึ้นมาในหัว
นางอยากจะแก้ไขมัน แต่กลับพบว่า… ร่างกายไม่ยอมขยับตามใจ
หรือเป็นเพราะความกลัว ที่ก่อร่างขึ้นในใจอย่างไม่รู้ตัว
“ถ้ายังพูดจาแบบนั้นอีก…”
หญิงสาวขยับเท้าอีกครั้ง
และในพริบตาเดียว ร่างของนางที่เคยอยู่ในสายตาก็หายวับไป