“เจ้าสำนักกล่าวว่าให้ไปพบเมื่อสะดวก”
หมายความว่าไม่จำเป็นต้องรีบสินะ…
เช่นนั้นข้าก็คงมีเวลานั่งกินข้าวก่อนแล้วค่อยไปพบได้
“ท่านได้กินข้าวแล้วหรือยัง?”
ข้าถามขึ้น เมื่อเห็นเขาต้องวิ่งวุ่นแต่เช้าตรู่
ความจริงแล้ว แค่เห็นเขาสวมชุดฝึกยุทธ์เรียบร้อย ก็พอเดาได้ว่าเขาต้องจัดการเรื่องอาหารเช้าเสร็จไปแล้ว
“อ้อ ข้ากินมาแล้วนิดหน่อย ตอนนี้กำลังจะไปฝึกเช้าพอดี”
“…ขยันแต่เช้าเลยสินะ”
“เอ๋…? ปกติทุกคนก็ฝึกกันตอนนี้ไม่ใช่หรือ?”
นี่มันอะไรกัน?
ข้าไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป
สำหรับผู้ฝึกตนนั้น ตอนเช้าถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เชื่อกันว่าควรรับพลังจากยามอรุณ ดังนั้นปกติแล้วพวกเขาจะตื่นกันตั้งแต่ยามเหม่า(5-7 โมงเช้า)
…แต่ข้าน่ะเหรอ?
ปกติข้าตื่นหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวงแล้วเสียอีก
วันนี้ที่ตื่นเช้า ก็เป็นเพราะข้ายังไม่ได้นอนอย่างจริงจังตั้งแต่เมื่อคืน…
[ข้างๆ มีเสียงลมหายใจของนางแท้ๆ แต่เหตุใดเจ้าจึงพูดออกไปไม่ได้ว่าหลับไม่สนิท]
‘…’
…แค่ก
นัมกุงบีอาแทบไม่ขยับตัวขณะนอนหลับ นางเพียงนอนนิ่งๆ ส่งเสียงหายใจเบาๆ เท่านั้น ทว่าข้ากลับรู้สึกกังวลจนไม่อาจข่มตานอนได้
อาจเพราะเหตุนี้เอง ข้าถึงแทบไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน
‘…อย่างน้อยก็ได้สูดอากาศยามเช้าเยอะเลยล่ะนะ’
อากาศยามรุ่งอรุณให้ความรู้สึกสดชื่นเสมอ แต่ก็ใช่ว่าข้าจะอยากสัมผัสมันบ่อยๆ เพราะการตื่นเช้ายังคงเป็นเรื่องยากสำหรับข้าอยู่ดี