ยองพุงจ้องมองข้าด้วยดวงตาเป็นประกายราวกับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากคำพูดของข้า
ทำไมต้องมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นด้วย?
ก่อนที่ข้าจะทันเอ่ยปากถาม เขาก็พูดขึ้นมาเสียก่อน
“สหายน้อย ท่านคิดว่าในเมื่อพวกเราได้พบกันเช่นนี้แล้ว…”
“…ท่านตั้งใจมาพูดเรื่องที่ได้รับมอบหมายไม่ใช่หรอื? แล้วมีอะไรอีก?”
“ท่านไม่อยากฝึกร่วมกับข้าตอนเช้าหน่อยหรือ?”
…อีกแล้ว
ตั้งแต่ร่วมเดินทางกันมาเพื่อเข้าสำนักฮวาซาน ยองพุงก็พยายามชวนข้าฝึกด้วยอยู่เรื่อย
ไม่รู้ว่าเขาเป็นพวกบ้าการฝึกโดยกำเนิด หรือมีเหตุผลอื่นแอบแฝง แต่แทบทุกครั้งที่พบหน้ากัน เขาจะต้องเอ่ยปากชวนให้ข้าฝึกด้วยกันเสมอ
“…ข้าไม่—”
ข้ากำลังจะปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง ทั้งเพราะยังไม่ได้กินข้าว และข้าก็ชอบฝึกคนเดียวมากกว่า
แต่จู่ๆ ข้าก็นึกสงสัยขึ้นมาว่า พวกศิษย์ฮวาซานฝึกกันอย่างไร
ยองพุงเอ่ยปากชวนข้าฝึกแทบทุกวัน พวกเขามีวิธีฝึกที่แตกต่างจากข้ามากนักหรือ?
หรือพวกเขาอาจจะไม่ได้ฝึกหนักตั้งแต่เช้ามืดเหมือนที่ข้าคิด?
…ไม่น่าจะใช่กระมัง
“อืม… ถ้าข้าได้กินข้าวก่อน ก็พอจะตกลงได้”
“โอ้โห!”
ข้าแค่พูดออกไปโดยไม่ได้คิดอะไรจริงจังนัก
สุดท้ายแล้ว ต่อให้ฝึกหนักไปบ้าง อย่างมากก็คงแค่เหนื่อยนิดหน่อย ไม่ถึงตายหรอก… ข้าคิดเช่นนั้น
แต่แล้วข้าก็ได้เข้าใจบางอย่างในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา
‘ความอยากรู้อยากเห็นคือบาป’
ข้ารู้อยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาสัมผัสมันอีกครั้งกับตัวเอง…