“ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง?”
เสียงของเซียนดอกเหมยดังขึ้นหลังจากที่เขาพยายามต่อปากต่อคำกับผู้อาวุโสแทอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะสามารถยึดที่นั่งภายในกระท่อมได้สำเร็จ ข้ามองบรรยากาศภายในอย่างระมัดระวัง ก่อนจะค่อยๆ เดินตามเข้ามา
“ท่านคงยุ่งไม่น้อย เหตุใดถึงมาถึงที่นี่ได้?”
“ข้าเพียงแวะมาเท่านั้น เจ้าอย่าเพิ่งตำหนิข้าเลย”
“…ท่านเจ้าสำนัก”
คำพูดของเซียนดอกเหมยทำให้กระบี่ราชินีหัวเราะอย่างขมขื่น
ในขณะที่เซียนดอกเหมยดูจะอารมณ์ดี ผู้อาวุโสแทกลับยังคงจ้องเขาอย่างไม่ลดละ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
‘หมอเทวดา…’
เมื่อรู้ว่าชายชราตรงหน้าคือหมอเทวดาผู้นี้ ข้าก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ ชายชราผู้นี้เป็นตำนานแห่งยุทธภพ ว่ากันว่าไม่มีโรคใดที่เขาไม่สามารถรักษาได้ แต่ด้วยความที่เขาเป็นนักพเนจร ไม่ยึดติดกับสถานที่ใด แม้แต่ตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดก็ยังเชิญตัวเขาไปไม่ได้โดยง่าย
แต่ตอนนี้เขากลับอยู่ที่นี่…
‘แต่ไม่คิดว่าจะมีนิสัยแบบนี้…’
[พวกที่เชี่ยวชาญศาสตร์แขนงใดแขนงหนึ่งมักจะมีอะไรบางอย่างแปลก ๆ อยู่เสมอ]
เสียงของตาแก่ชินดังขึ้นในหัวของข้า
‘…อ่า แบบนี้นี่เอง…’
ถ้อยคำนั้นพอมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย
[อะไรกัน! เจ้าคิดจะพูดอะไร!?]
แม้หมอเทวดาจะเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้แต่ปัญหาตอนนี้คือจูกัดฮยอก
เจ้าหมอนั่นนั่งเงียบสงบอยู่ด้านข้าง จ้องมองไปยังความว่างเปล่า ราวกับไม่ได้สนใจสิ่งใด