ทว่าหากนางจำไม่ได้ว่าเขาเคยพนัน “สมบัติของสำนัก” กับเหล้าในคราวก่อน ก็อาจเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ข้าเองก็ไม่ได้รู้สึกมั่นใจนักเมื่อคิดย้อนถึงอดีตของเขา
เมื่อเซียนดอกเหมยกล่าวเช่นนั้น หมอเทวดาก็หันกลับมามองข้าอีกครั้ง
หรือเพราะครั้งนี้เดิมพันสูงขึ้น หมอเทวดาจึงยอมรับฟัง?
“อืม…”
“ว่าอย่างไร?”
ดูเหมือนเขาจะยังคงลังเล หรือว่าชื่อของหยงฮยอนโชจะมีน้ำหนักขนาดนั้น?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หมอเทวดาก็ถอนหายใจ
“…ข้าจะเพียงตรวจดูเท่านั้น ไม่ว่าจะพบสิ่งใด ข้าจะไม่แตะต้องมัน”
ในที่สุด หมอเทวดาก็ตอบรับคำขอของเซียนดอกเหมย
“โอ! เช่นนั้นก็ดีแล้ว!”
“ขอโทษนะท่านผู้อาวุโส… แล้วข้าล่ะ? ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเลยหรือ?”
“…ข้าไม่มาอีกแล้วก็แล้วกัน”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะไปหาท่านเอง”
“เงียบปากเสียทีเถอะ!”
หมอเทวดาตัดบทอย่างหมดความอดทน ก่อนจะยื่นมือมาทางข้า
“ถลกแขนเสื้อขึ้น แล้วยื่นแขนมา”
ข้าลังเล
ข้ารู้ว่าเหตุผลที่เซียนดอกเหมยพาข้ามาที่นี่คือเพราะพลังของศิลาเมิ่งฮวา และกลิ่นหอมของดอกเหมยที่แผ่ออกจากร่างของข้า
แต่ว่า…
ข้าสงสัยว่าหมอจะสามารถตรวจพบสิ่งนั้นได้หรือไม่ และหากตรวจพบ… จะรู้ถึงพลังมารที่ข้ากำลังฝึกฝนอยู่หรือเปล่า?
[ยื่นแขนไป]
‘ตาแก่ชิน?’
[ยิ่งเจ้าลังเลนานเท่าไร ข้อสงสัยที่ไม่จำเป็นก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เจ้ากังวลไปก็ไร้ประโยชน์ ข้าจะดูแลเรื่องนั้นเอง ยื่นแขนไปเถิด]