แม้แต่ข้าที่ไม่ได้สนใจเรื่องภาพลักษณ์นัก ยังคิดว่านี่เป็นคำพูดที่ไร้ยางอายที่สุดที่เคยได้ยินมา
และดูเหมือนหมอเทวดาจะคิดเช่นเดียวกัน
“ข้าจะเชื่อได้อย่างไร ในเมื่อคราวก่อนเจ้าก็พูดแบบนี้ แล้วสุดท้ายเจ้าก็ยืนหอนเป็นสุนัขต่อหน้าข้าจริง ๆ!”
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ
ข้าไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะแสดงสีหน้าเช่นไร
‘…เจ้าสำนักฮวาซานเคยยืนหอนเป็นสุนัขมาก่อน?’
ข้าหันไปมองเซียนดอกเหมยโดยอัตโนมัติ หวังว่าเขาจะปฏิเสธ…
แต่เขากลับเพียงไอแห้งๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่พูดอะไรสักคำ
“เอ่อ… เด็กๆ อยู่ที่นี่นะ…”
“เด็กพวกนี้ได้ยินเรื่องบ้าของเจ้ามากี่ครั้งแล้ว? ข้ายังแปลกใจเลยว่าศักดิ์ศรีของเจ้าหายไปไหนหมด”
ข้ากุมขมับอย่างช่วยไม่ได้
‘สำนักฮวาซานจะเป็นเช่นนี้ต่อไปได้จริงหรือ…?’
[…อย่าเรียกข้า]
‘สำนักฮวาซานเป็นเช่นนั้น ท่านแน่ใจหรือว่ามันจะไม่เป็นปัญหา?’
[ฮวาซาน? ข้ามิรู้จัก สำนักอะไรหรือ? พักนี้ความจำของข้าดูจะเลอะเลือนไปบ้าง… หรือว่าข้ากำลังเป็นโรคความจำเสื่อม?]
‘…’
ตาแก่นี่ก็ไม่ใช่คนปกติเสียแล้ว
วิญญาณจะเป็นโรคความจำเสื่อมได้ด้วยหรือ?
“เช่นนั้นมันใช้ไม่ได้งั้นหรือ”
“นี่…”
“เช่นนั้น หากข้าโกหก ข้าจะสละตำแหน่งเจ้าสำนักเดี๋ยวนี้”
“เจ้าสำนัก!”
กระบี่ราชินีตกใจจนร้องเรียกชื่อเซียนดอกเหมยออกมา สีหน้าของนางแสดงชัดว่ากำลังคิดว่า ‘ไม่มีอะไรดีกว่านี้ให้เดิมพันแล้วหรือ?’