เซียนดอกเหมยรับฟังเรื่องราวที่ข้าเล่าอย่างช้าๆ ทว่ามิอาจบอกทุกสิ่งได้ทั้งหมด ข้าจึงเลือกกล่าวเพียงความจริงโดยไม่เติมแต่งหรือปกปิด แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยทุกอย่าง
“…ข้าออกจากตระกูลมาและพกพาวัตถุวิเศษติดตัวตลอดเวลา”
ข้าไม่ได้กล่าวถึงวิชามาร เพียงบอกแค่ว่าหลังจากฝึกฝนเสร็จ ในยามราตรีที่ข้าหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าพลังของตนเพิ่มขึ้น ไม่มีคำอธิบายอื่นใดจะใช้ได้จริง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงเช่นนั้น ข้านอนหลับและตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังที่เพิ่มขึ้นแล้ว
ข้าครุ่นคิดว่าควรเอ่ยถึงตาแก่ชินหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่พูดถึงในตอนนี้ คิดว่าควรปรึกษาเจ้าตัวก่อนจึงค่อยตัดสินใจอีกครั้ง
การบอกเล่าเรื่องราวนั้นใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อข้าจบคำพูด เซียนดอกเหมยก็ลูบเคราตนเองอย่างครุ่นคิด
เขาจะเชื่อคำพูดของข้าหรือไม่? แม้แต่ข้าเองก็ยังคิดว่ามันยากจะเชื่อ
และเป็นไปตามคาด เซียนดอกเหมยกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจ
“เรื่องนี้ยากจะเชื่อได้จริงๆ …”
เสียงน้ำชาที่รินลงถ้วยดังก้องท่ามกลางความเงียบงัน
“เรื่องที่เจ้ากลืนพลังของวัตถุวิเศษนั้น รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่ามันเป็นพลังที่มิอาจถูกครอบครองโดยคนนอก ลำพังแค่การที่เจ้ามีมันก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแล้ว”
“ข้ารู้ดี” ข้าตอบรับ
การคงอยู่ร่วมกันของพลังสองสายที่แตกต่าง
มิใช่เพียงแค่เพลิงอัคคีเก้ากงล้อเท่านั้น แม้แต่วิชาเพลิงสายอื่นๆ ล้วนมีพลังที่ดุดันและกดข่ม