ตูม—!
ตูม—!
เสียงกระทบกันของโลหะเก่าแก่ดังก้องไปทั่วภายในถ้ำลึก กลิ่นฉุนที่ลอยคลุ้งในอากาศทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวโดยไม่รู้ตัว แบชงเดินอย่างระมัดระวัง ขาของเขาสั่นเล็กน้อยขณะก้าวลึกเข้าไปในถ้ำ
เมื่อเดินไปตามแสงจากคบไฟที่ติดอยู่บนผนังถ้ำ เขาก็เห็นร่างของชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ขนาดใหญ่
ด้านข้างของบัลลังก์ มีดาบใหญ่ถูกแขวนไว้อย่างลวก ๆ ขนาดของมันใหญ่พอๆ กับร่างของบุรุษผู้ใหญ่
เมื่อมาถึงตรงหน้าชายคนนั้น แบชงก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างช้าๆ
เจ้าของดาบจ้องมองเขาด้วยสายตาเฉื่อยชา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงทุ้มหนัก
“โดนตามรอยแล้วงั้นหรือ?”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายและรำคาญ
แบชงกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนตอบกลับไป
“ขอรับ… ดูเหมือนว่าสำนักฮวาซานจะเริ่มสงสัยแล้ว”
“อืม… คิดไว้แล้วว่าการพาตัวกระบี่พเนจร มาด้วยคงโลภเกินไป”
กระบี่พเนจร ชินชุง หนึ่งในมือกระบี่แห่งสำนักฮวาซาน
พอเห็นโอกาส จึงลงมือจับตัวเขามาอย่างยากลำบาก แต่ดันถูกสำนักฮวาซานตามรอยเสียได้
ดูเหมือนว่าคนของฮวาซานจะฉลาดกว่าที่คิด
“ในเมื่อพวกนั้นเริ่มสงสัยแล้ว คงยากที่จะกวาดล้างให้หมดในตอนนี้”
“ข้าจะรายงานเรื่องนี้ไปยัง เบื้องบน”
“รีบทำซะ อย่าให้ล่าช้า… หรือเจ้าลืมไปแล้วว่ามีคนถูกจับแขนกระชากออกเพราะทำงานช้า?”
“…ขอรับ!”
ชายที่นั่งบนบัลลังก์เคี้ยวแมงป่องทอดในมือ ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษออกจากอกเสื้อแล้วโยนให้แบชง
“แบชง”